“อนุทิน” สั่งเร่งช่วย SME น่าน ฝ่าวิกฤตน้ำท่วม “SME D Bank” พักหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน

SME D Bank ขานรับข้อสั่งการนายกฯ ออกมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี จ.น่าน ประสบอุทกภัย พักชำระเงินต้น–ดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน พร้อมเติมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ ลดภาระค่าใช้จ่าย เดินหน้าธุรกิจต่อได้เร็ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ในพื้นที่ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างครอบคลุม

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ได้ขานรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อบรรเทาผลกระทบ ลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาเดินหน้าธุรกิจได้โดยเร็ว

ด้าน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ SME D Bank กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่อย่างมาก ทั้งทางตรงและทางอ้อม

SME D Bank มีความห่วงใยลูกค้าและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสภาพคล่อง บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และสนับสนุนให้สามารถฟื้นฟูกิจการกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว ประกอบด้วยมาตรการดังนี้

มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

สำหรับสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง สามารถขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้

มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ” สำหรับลูกค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบทางตรง และมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อให้มีวงเงินกู้ฉุกเฉินนำไปฟื้นฟูธุรกิจเฉพาะหน้า

โดยให้วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท แบ่งเป็นบุคคลธรรมดาสูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคลสูงสุด 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม และลดกระบวนการนำส่งเอกสาร เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ธนาคารยังมีสินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน และยกระดับธุรกิจภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย โดยคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี และปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน ได้แก่

  1. สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
  2. สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท
  3. สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท

ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนครั้งนี้เป็นทางเลือกโดยสมัครใจ ผู้ประกอบการที่ต้องการรับบริการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ, LINE Official Account : SME Development Bank และเว็บไซต์ www.smebank.co.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357

Back to top button