
SEAFCO คว้างานใหม่ 220 ล้านบาท ลุย 4 โครงการบางนา-รัชดาฯ-เจริญกรุง
SEAFCO แจ้งรับงานก่อสร้างใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 220 ล้านบาท ครอบคลุมงานเสาเข็มเจาะและกำแพงกันดิน ทั้งโครงการสารสิน โรงแรมสถานีศูนย์วัฒนธรรม มิวนีค เจริญกรุง และสะพานเชื่อมทางด่วนบางกอกมอลล์ ทยอยเริ่มงาน ต.ค.69–ก.พ.70
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับงานก่อสร้างโครงการใหม่จำนวน 4 โครงการ ในเดือนพฤศจิกายน 2569 คิดเป็นมูลค่างานรวมประมาณ 220 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเป็นงานก่อสร้างฐานราก เสาเข็มเจาะ และกำแพงกันดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีกำหนดทยอยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570
สำหรับโครงการแรก ได้แก่ โครงการสารสิน ตั้งอยู่บนถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบกลม (Bored Pile) และกำแพงกันดินระบบไดอะแฟรมวอลล์ (Diaphragm Wall) ด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญญาว่าจ้างไม่รวมค่าวัสดุ จากบริษัท สี่พระยาก่อสร้าง จำกัด ซึ่งเริ่มดำเนินงานแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569
โครงการที่สอง ได้แก่ โครงการโรงแรมสถานีศูนย์วัฒนธรรม บนถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โดยได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบกลมและเสาเข็มกันดิน (Pile Wall) ด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญญาว่าจ้างรวมค่าวัสดุ จากบริษัท แหลมทองค้าสัตว์ จำกัด โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือนพฤศจิกายน 2569
โครงการที่สาม ได้แก่ โครงการมิวนีค เจริญกรุง ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบกลมด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญญาว่าจ้างรวมค่าวัสดุ จากบริษัท เอ็มเจวี5 จำกัด และมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ส่วนโครงการที่สี่ ได้แก่ โครงการสะพานทางยกระดับเชื่อมทางด่วนบางกอกมอลล์ บริเวณถนนสุขุมวิท แยกบางนา กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทได้รับงานก่อสร้างเสาเข็มเจาะแบบกลมและเสาเข็มเจาะแบบเหลี่ยม (Barrette Pile) ด้วยระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สัญญาว่าจ้างไม่รวมค่าวัสดุ จาก บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในเดือนพฤศจิกายน 2569
ทั้งนี้ SEAFCO ระบุว่า มูลค่างานก่อสร้างทั้ง 4 โครงการรวมประมาณ 220 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยการรับงานดังกล่าวเป็นการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท และเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าที่บริษัทใช้กับคู่ค้าทั่วไป
