
ไทยแลนด์ โฟกัส กระหึ่ม “อัสสเดช” ชี้ต่างชาติสนใจหุ้นแบงก์
ไทยแลนด์ โฟกัส วันแรกกระหึ่ม สถาบันต่างชาติร่วมรับฟังข้อมูลล้นหลาม มองอนาคตไทยเติบโต การเมืองมีเสถียรภาพ นโยบายรัฐบาลชัดเจน ส่วนใหญ่สนใจหุ้นแบงก์ เหตุปันผลสูง
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในงาน Thailand Focus ซึ่ง ตลท. ร่วมกับพันธมิตรเป็นเจ้าภาพในการจัดงานว่า ปัจจุบันภาพรวมของตลาดหุ้นไทย ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ (SET Index) ปรับตัวสูงขึ้นใกล้ 30% และมีเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนเกือบ 70,000 ล้านบาท

ขณะที่การจัดงาน Thailand Focus ในปีนี้ หัวข้อที่น่าสนใจและเป็นบวกมากต่อภาพรวมการลงทุน ซึ่งแตกต่างจากปีก่อน ๆ ที่มักพูดถึงเรื่องกฎเกณฑ์หรือความเสี่ยง โดยปีนี้จะเน้นไปที่การมองอนาคตว่าประเทศไทยจะเติบโตและไปถึงจุดที่ควรจะเป็นได้อย่างไร จากมุมมองของผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาล
นายอัสสเดช กล่าวว่า ได้เห็นความสนใจจากต่างชาติในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีตัวเลขยื่นขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) มูลค่ามหาศาล ซึ่งสิ่งสำคัญคือทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสื่อสารสตอรี่การเติบโตของเมืองไทย เช่น โครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่แปลงเม็ดเงินการลงทุนให้เข้ามาสร้างงานในประเทศจริง ๆ
“นักลงทุนสถาบันต่างประเทศให้ความสนใจไทยมาตลอด เพราะมองเห็นศักยภาพ และยิ่งหลังการเลือกตั้งที่นโยบายมีความชัดเจนและจับต้องได้ นักลงทุนก็ยิ่งกลับมาสนใจมากขึ้น” นายอัสสเดช กล่าว
นายอัสสเดช กล่าวว่า ในส่วนของหุ้นที่ออกและเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) นั้น ยอมรับว่าปีนี้มีน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากตลาดไม่น่าสนใจก็จะทำให้ได้ราคาที่ไม่น่าสนใจ แต่ปัจจุบันเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น และคาดว่าจะเห็นการระดมทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ กลับมา
ซึ่งในด้านกฎเกณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อปรับเกณฑ์ให้บริษัทยุคใหม่ (New Economy) เข้ามาจดทะเบียนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แต่ยังคงรักษาความปลอดภัยให้นักลงทุนผ่านการเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) ให้ครบถ้วนถึงความเสี่ยงต่าง ๆ
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแนวทางสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน (ESG) ซึ่งนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญมาก โดยเน้นให้บริษัทแสดงแผนการเติบโตและการลงทุนในช่วง 3 ปีข้างหน้าให้ชัดเจน
สำหรับเรื่องความเสี่ยงด้านความผันผวนของพลังงานระดับโลกนั้น เห็นว่า ประเทศไทยสามารถปรับตัวได้ดี โดยในอดีตสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่าง ๆ เคยลดเกรดไทยจากผลกระทบด้านนี้ แต่เมื่อรัฐบาลสื่อสารนโยบายได้ชัดเจน กลับทำให้ไทยได้รับการอัปเกรดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องดี
นายอัสสเดช กล่าวว่า จากการจัดงาน Thailand Focus 2026 พบว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่ต่างชาติสนใจมาก คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI พลังงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสถาบันการเงินหรือแบงก์ไทย เนื่องจากสามารถให้ผลตอบแทนได้ในระดับสูง โดยเฉพาะเงินปันผล

