BofA ชูยอดปรับเพิ่มกำไร “หุ้นไทย”สูงสุดในเอเชีย จับตาฝรั่งหวนซื้อ รับวัฏจักรขาขึ้นเต็มตัว

สัญญาณบวกตลาดหุ้นไทยเริ่มเด่นชัด หลัง Bank of America (BofA) ชี้ตัวเลขการปรับเพิ่มประมาณการกำไร บจ. ไทยพุ่งแรงเป็นอันดับ 1 ในเอเชียในเดือนสิงหาคม ทะลุ 3.07 เท่า สะท้อนนักวิเคราะห์แห่ปรับเป้ากำไรขึ้นต่อเนื่อง สถิติชี้หุ้นโลกจ่อบวกเฉลี่ย 10% ในรอบ 12 เดือนข้างหน้า จับตาฟันด์โฟลว์ต่างชาติจ่อไหลกลับรับ Earnings Upgrade Cycle


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ส.ค.69) BofA Global Research (Bank of America) เผยแพร่รายงานกลยุทธ์เชิงปริมาณระดับโลกล่าสุด ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยครองอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียด้านอัตราการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Earnings Revision Ratio: ERR) ในเดือนสิงหาคม 2569 สอดคล้องกับโมเมนตัมการฟื้นตัวของผลประกอบการทั่วโลกที่แข็งแกร่ง โดยมีหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical Stocks) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

จากรายงานและตารางข้อมูล Earnings Revision Ratio ของ BofA พบว่า ค่า ERR ของตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.07 จาก 1.28 ในเดือนมิถุนายน และ 1.75 ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับรายเดือนที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนว่าการปรับเพิ่มประมาณการกำไร (Upgrades) มีจำนวนมากกว่าการปรับลดประมาณการกำไร (Downgrades) มากกว่า 3 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ย ERR รอบ 3 เดือนของไทยในรอบ 1 เดือนล่าสุดปรับเพิ่มขึ้น 0.67 ถือเป็นอัตราการฟื้นตัวที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาค สูงกว่าญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น 0.34 และฟิลิปปินส์ที่เพิ่มขึ้น 0.24

ขณะเดียวกัน ค่าเฉลี่ย 3-Month ERR ของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1.93 เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค รองจากไต้หวันที่ 2.02 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม Asia Pac ex-Japan ซึ่งอยู่ที่ 0.90 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมในไทยที่ได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มพลังงาน (Energy) กลุ่มวัสดุภัณฑ์ (Materials) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Banks) กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) และกลุ่มชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์เทคโนโลยี (Tech Hardware)

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก BofA ระบุว่า ดัชนี Global Earnings Revision Ratio ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.99 สู่ระดับ 1.35 ในเดือนสิงหาคม โดยการปรับเพิ่มประมาณการกำไรมีมากกว่าการปรับลดในทุกภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนโมเมนตัมการฟื้นตัวของผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นอันดับ 7 นับตั้งแต่ปี 1988 และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี

ทั้งนี้ สถิติในอดีตระบุว่า เมื่อดัชนี Global ERR ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบัน ดัชนีหุ้นโลก MSCI ACWI จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 10% ในช่วง 12 เดือนถัดไป โดยการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในรอบนี้มีแรงขับเคลื่อนหลักจากหุ้นกลุ่มวัฏจักร โดยกลุ่ม Tech Hardware และ Diversified Financials ปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กลุ่มพลังงาน (Energy) กลุ่มวัสดุภัณฑ์ (Materials) และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) ต่างมีค่า Revision Ratio สูงกว่าระดับ 1.0

ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่ม Defensive ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับลดประมาณการกำไร โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม (Telecom) และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (Consumer Staples) ซึ่งยังคงมีการปรับลดประมาณการกำไรอย่างต่อเนื่อง

Back to top button