
BofA ชู Memory เข้าวัฏจักรขาขึ้น อัพ TAM ปี 73 แตะ 2 ล้านล้านดอลล์
BofA ปรับเพิ่มประมาณการตลาด Memory โลกปี 2573 เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ รับแรงหนุนดีมานด์ AI และราคา DRAM-NAND ที่อยู่ในระดับสูง พร้อมมองอุตสาหกรรมเข้าสู่ Supercycle ระยะยาว หนุน Sentiment ต่อ MICRON DR ในตลาดหุ้นไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Bank of America (BofA) ประเมินว่า มูลค่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมหน่วยความจำโลก หรือ Total Addressable Market (TAM) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 จากประมาณการเดิมที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมองว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตระยะยาว จากแรงหนุนของความต้องการหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงราคาขายเฉลี่ยที่อยู่ในระดับสูง
BofA ระบุว่า ยอดขายรวมของ DRAM และ NAND ทั่วโลกเคยทำจุดสูงสุดที่ประมาณ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 จากกระแส Cloud Boom ก่อนที่การฟื้นตัวในปี 2568 จะสร้างยอดขายประมาณ 2.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางภาวะอ่อนตัวของตลาด NAND
สำหรับประมาณการใหม่ในปี 2573 ที่ระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ BofA ให้เหตุผลสนับสนุน 5 ประการ ได้แก่ อัตรารายได้ต่อปี หรือ Annual Run Rate ของตลาดหน่วยความจำในไตรมาส 3 ปี 2569 ที่สูงเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้ว โดยรายได้ในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 2.78 แสนล้านดอลลาร์ และเมื่อคำนวณเทียบเท่า 4 ไตรมาส อยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ย หรือ ASP และราคาตามสัญญาในปี 2569 ปรับเพิ่มขึ้นราว 3-4 เท่าจากปีก่อน ขณะที่ปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ขณะเดียวกัน ราคาขายเฉลี่ยที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไป เนื่องจากการลดกำลังการผลิตยังมีจำกัด ท่ามกลางภาวะอุปทานทั่วโลกที่ตึงตัวและความต้องการชิป AI ที่อยู่ในระดับสูง
BofA ยังประเมินว่า การเติบโตของปริมาณบิตต่อปีมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงช่วงปลายหลักสิบเปอร์เซ็นต์ในระหว่างปี 2569-2573 ขณะที่โครงสร้างผลิตภัณฑ์มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากการเพิ่มสัดส่วนของโซลูชัน AI ระดับสูง เช่น HBM, SOCAMM และ Enterprise SSD (eSSD)
ขณะเดียวกัน BofA ไม่คาดว่าผู้ผลิต GPU หรือ ASIC รุ่นใหม่จะลดสเปกหรือปริมาณหน่วยความจำลง โดยมองว่าปริมาณหน่วยความจำต่อชิปจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยประเมินว่า Rubin Ultra อาจใช้หน่วยความจำสูงถึง 1,000GB ต่อหน่วย ขณะที่ Rubin รุ่นใหม่อาจใช้ 384GB เทียบกับประมาณ 288GB ในปัจจุบัน
ด้านแนวโน้มการเติบโต BofA คาดว่ายอดขาย DRAM และ NAND จะเติบโตเฉลี่ยต่อปี หรือ CAGR ราว 21% ในช่วง 4 ปีนับจากปี 2570 โดยคาดว่ายอดขายจะเพิ่มจากประมาณ 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 เป็น 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2570 และเติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 2573 สะท้อนภาพของ Supercycle ระยะยาว
ภายใต้สมมติฐานยอดขาย 2 ล้านล้านดอลลาร์ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 50% อัตราภาษี 25% และอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ที่ 13 เท่า BofA ประเมินว่า มูลค่าตลาดที่เหมาะสมของอุตสาหกรรมหน่วยความจำอาจแตะระดับ 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย BofA ระบุว่า การตรวจสอบภาวะตลาดล่าสุดจากผู้ผลิตชิป ผู้จัดจำหน่ายในตลาด Spot ผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้ประกอบการรายอื่น พบว่า ASP ในไตรมาส 3 ยังคงแข็งแกร่ง โดยผลิตภัณฑ์ DRAM ส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นราว 20-30% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ NAND เพิ่มขึ้นมากกว่า 15%
นอกจากนี้ BofA ยังคาดว่า ASP ในไตรมาส 4 จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อยในระดับเลขหลักเดียว และพบว่าผู้ให้บริการ Hyperscaler บางรายเริ่มทำข้อตกลงยอมรับราคา DRAM ในครึ่งแรกของปี 2570 ที่สูงกว่าระดับในไตรมาส 4 ปี 2569
อย่างไรก็ตาม แม้การผลิตพีซีและสมาร์ตโฟนจะถูกปรับลดลง แต่ปริมาณการผลิตลดลงเพียงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งถือว่าไม่รุนแรงนักเมื่อเทียบกับภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ
ทั้งนี้ BofA ได้ปรับเพิ่มสมมติฐาน ASP ของ DRAM และ NAND ในช่วงปี 2570-2571 โดยเพิ่มประมาณการ DRAM ราว 8-12% และ NAND ราว 2-3% จากเดิม ขณะที่ปี 2571 คาดว่า ASP อาจปรับลดลงประมาณ 10% โดย DRAM ลดลงราว 5% และ NAND ลดลงประมาณ 13%
BofA มองว่า ปี 2571 จะเป็นช่วง Soft Landing ก่อนที่การเติบโตจะกลับมาเร่งตัวอีกครั้งในปี 2572-2573 จากประสิทธิภาพของ AI ที่เพิ่มขึ้น และการใช้ GPU/ASIC รุ่นใหม่ที่ต้องการหน่วยความจำระดับสูงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน BofA Memory Indicator ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งมาก โดยตัวชี้วัดโมเมนตัมการเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งพิจารณาทั้ง ASP รายได้ ราคา Spot และการส่งออก ทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 180 จุดในเดือนกรกฎาคม เทียบกับระดับเฉลี่ยกลางวัฏจักรที่ 100 จุด และจุดสูงสุดเดิมในช่วงปี 2560-2561 ที่ประมาณ 120 จุด
BofA คาดว่าข้อมูลในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนจะยังคงแข็งแกร่ง โดยราคา Spot การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ และยอดขายรายเดือนของผู้ประกอบการในไต้หวัน เช่น Nanya Tech และ Phison Electronics ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าโมเมนตัมของอุตสาหกรรมหน่วยความจำยังคงแข็งแกร่งกว่าจุดสูงสุดในรอบก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับ ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่อ้างอิงหุ้น Micron Technology ซึ่งซื้อขายในตลาดหุ้นไทย อาทิ MICRON01, MICRON19, MICRON03 และ MICRON80 เนื่องจาก Micron เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูล ซึ่งมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากความต้องการ DRAM, NAND และหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

