
ก.ล.ต. เชือด 18 ราย สร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ 172.56 ล้านบาท แบนซื้อขาย–นั่งบอร์ด
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 18 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น META เรียกให้ชำระเงินรวม 172.56 ล้านบาท พร้อมห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (1 ก.ย.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 18 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้นของ บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META โดยเรียกให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 172,565,769 บาท พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
ก.ล.ต. ระบุว่า ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงปี 2561–2563 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้กระทำความผิดทั้ง 18 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความสัมพันธ์เกี่ยวกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ความสัมพันธ์ในพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขาย และความสัมพันธ์ทางการเงินค่าซื้อและค่าขายหุ้น META ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น META
ผู้กระทำความผิดทั้ง 18 ราย ประกอบด้วย 1. นายชนน วังตาล 2. นางสาวทิตานัน หรุ่นเริงใจ 3. นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ 4. นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล 5. นางสาวมณทิกา มงคลนาวิน 6. นายณรุจ วิวรรธนไกร 7. นายมนชิต สุรชัยดังถวิล 8. นางสาวภรณี เมฆดำรงแสง 9. นายบวร รุ่งเรืองเนาวรัตน์ 10. นางสาวกมาตยา ศรวณียารักษ์ 11. นางสาวอัญชฎา ธีรพงศ์วิษณุพร 12. นายวิสาร วิวรรธนไกร 13. นางสาวศุภลักษณ์ เศษธะพานิช 14. นายสุเมธ เศษธะพานิช 15. นายอรุต ธนาสุวรรณดิถี 16. นายไพฑูรย์ วงศ์วัชรมงคล 17. นายเสกสรร ครองพาณิชย์ และ 18. นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์
ก.ล.ต. พบว่า ผู้กระทำความผิดร่วมกันส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะสอดรับและสนับสนุนกัน ทั้งการส่งคำสั่งในจำนวน ราคา และภายในเวลาใกล้เคียงกัน ส่งคำเสนอซื้อปริมาณมากในหลายระดับราคาอันเป็นการขัดขวางการซื้อของบุคคลอื่น ส่งคำสั่งซื้อผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์ โดยมุ่งหมายให้ราคาปิดปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบการซื้อขายหุ้น META ผ่านรายการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ระหว่างกันเองจำนวนมาก อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META และเป็นการส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะต่อเนื่องกัน ทำให้ราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
สำหรับช่วงเวลาการกระทำความผิด ก.ล.ต. แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่
ช่วงที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561–29 มิถุนายน 2561 มีผู้กระทำความผิด 12 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์
ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2561–28 มิถุนายน 2562 มีผู้กระทำความผิด 13 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวภรณี นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์
ช่วงที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2562–3 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้กระทำความผิด 14 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นางสาวภรณี นายบวร นางสาวกมาตยา นางสาวอัญชฎา นายอรุต นายไพฑูรย์ นายเสกสรร และนายศุภศิษฏ์
ก.ล.ต. ระบุว่า การกระทำของผู้กระทำความผิดทั้ง 18 ราย เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ ตามมาตรา 244/3(1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และ/หรือมาตรา 244/6 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แล้วแต่กรณี ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 18 ราย ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์
ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกเรียกชำระเงินสูงสุด ได้แก่ นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล จำนวน 39,051,413 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 33.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร 67 เดือน ขณะที่นายณรุจ วิวรรธนไกร ถูกเรียกชำระเงินรวม 26,561,127 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 51 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร 102 เดือน
