
“อนุทิน” ชวนทุนสหรัฐลงทุนไทย โชว์ยอดขอส่งเสริมครึ่งปีแรก 4.4 หมื่นล้านเหรียญ โต 37%
“อนุทิน” พบผู้บริหารบริษัทชั้นนำสหรัฐฯ ที่นิวยอร์ก ชูไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน 700 ล้านคน เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนของไทยครึ่งปีแรกเพิ่ม 37% พร้อมย้ำไทยเปิดรับการลงทุนและความร่วมมือด้านการค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ณ โรงแรม Four Seasons นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยนายกรัฐมนตรีได้หารือกลุ่มเล็กกับภาคเอกชนสหรัฐฯ และกล่าวสุนทรพจน์ภายในงาน ซึ่งมี สภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (U.S.-ASEAN Business Council: USABC) และ หอการค้าสหรัฐฯ (U.S. Chamber of Commerce: USCC) ร่วมเป็นเจ้าภาพ
นักธุรกิจหลายคนที่ร่วมงานครั้งนี้มีแผนเดินทางเข้าร่วม การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ด้วย

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญจากการกล่าวบนเวทีและการพูดคุยกับผู้บริหารและตัวแทนแต่ละบริษัทว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลการเมืองระหว่างประเทศ การแข่งขัน และการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า โดยย้ำว่าประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางอาเซียน การเข้ามาลงทุนหรือค้าขายในไทยจึงไม่ได้เข้าถึงเพียงตลาดที่มีประชากร 70 ล้านคน แต่ยังเป็นประตูสู่ประชากร 700 ล้านคนของอาเซียน
ด้านการค้า ประเทศไทยเดินหน้าจัดทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศและหลายเขตเศรษฐกิจ รวมถึงสหรัฐฯ ซึ่งการเจรจากำลังอยู่ในช่วงสรุปเงื่อนไขสุดท้าย
ประเทศไทยยังได้ปรับปรุงระบบ Thailand Fast Pass เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการทำธุรกิจ โดยในครึ่งปีแรก มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของไทยอยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 37 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายกรัฐมนตรียังตั้งเป้าให้ไทยอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดของโลกภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030)
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยพร้อมเป็นทั้งแหล่งลงทุนและหุ้นส่วนของภาคธุรกิจสหรัฐฯ เพื่อสร้างการลงทุน การจ้างงาน และความมั่งคั่งร่วมกัน พร้อมเติบโตไปด้วยกัน

ด้าน Brian McFeeters ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน (USABC) กล่าวว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญและเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ภาคธุรกิจสหรัฐฯ พร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ด้านการค้าและการลงทุน
ขณะที่ Michael DeSombre ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวว่า ไทยและสหรัฐฯ สามารถขยายความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทานได้อีกมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยี Superintelligence (SI) ซึ่งประยุกต์ใช้ได้ในภาคการผลิต โลจิสติกส์ สาธารณสุข การเงิน เกษตรกรรม การศึกษา และบริการภาครัฐ เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยและสหรัฐฯ เติบโตและประสบความสำเร็จร่วมกัน

