ผู้ว่า ธปท. คาดเงินเฟ้อกลับเข้ากรอบกลางปี 70 ย้ำคงดอกเบี้ย 1% จับตาความเสี่ยงสะสม

ผู้ว่า ธปท. คาดเงินเฟ้อทยอยกลับเข้ากรอบกลางปี 2570 จับตาราคาน้ำมันและการลดอุดหนุนพลังงาน หากเงินเฟ้อไม่ลดตามคาดพร้อมทบทวนนโยบาย ย้ำการคงดอกเบี้ย 1% ดูเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก ไม่ขึ้นตามต่างประเทศอัตโนมัติ ขณะที่ Virtual Bank อีก 2 รายยังยืนยันเปิดดำเนินงานต้นปีหน้า


นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไทยแตกต่างจากหลายประเทศ โดยหลังปี 2565 เงินเฟ้อไทยปรับลดลง และบางช่วงอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% ขณะที่หลายประเทศเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อสูงกว่ากรอบเป้าหมายของตนเอง จึงต้องกำหนดนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับบริบทของเศรษฐกิจไทย

โดยประเมินว่าเงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2570 เป็นต้นไป ส่วนหนึ่งเป็นผลจากฐานราคาสินค้าในปี 2569 ที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านพลังงาน โดยเฉพาะกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น หรือรัฐบาลลดการอุดหนุนราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและมาตรการอื่น ซึ่งอาจทำให้ราคาพลังงานที่ประชาชนจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามคาด หรือเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างร้อนแรงจนสร้างแรงกดดันด้านราคา ก็อาจเป็นปัจจัยให้ ธปท. กลับมาทบทวนแนวทางนโยบายการเงิน รวมถึงกรณีที่ค่าเงินบาทมีปัญหากระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ

  • ธปท. ชี้ดอกเบี้ยต่ำมีทั้งข้อดี-ความเสี่ยง ย้ำยึดเศรษฐกิจไทยเป็นหลัก

นายวิทัย ระบุว่า การคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำเป็นเวลานานมีทั้งผลดีและผลเสีย โดยช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงสะสม โดยเฉพาะเมื่ออัตราดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าต่างประเทศต่อเนื่องและส่วนต่างขยายกว้างขึ้น

ผลข้างเคียงที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ ความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจที่อาจเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนเงินฝากที่ลดลง และการเอื้อให้ผู้กู้รายใหญ่ซึ่งเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายอยู่แล้ว สามารถกู้เงินด้วยต้นทุนต่ำกว่ากลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยต้องพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจและแนวโน้มในระยะข้างหน้า (Forward-looking) เป็นสำคัญ โดยต้องเห็นความเหมาะสมหรือความจำเป็น เช่น เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้นมากจนร้อนแรงและส่งผลต่อเงินเฟ้อ หรือเงินเฟ้อไม่ลดลงตามที่ประเมินไว้ ทั้งจากราคาน้ำมันและการลดมาตรการอุดหนุนของภาครัฐ

ผู้ว่าการ ธปท. ย้ำว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 2% ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาคที่ขยายตัวราว 5% ขณะที่เวียดนามเติบโตในระดับสูงกว่า ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวมากกว่า 2% และยังเผชิญเงินเฟ้อในระดับสูงกว่าไทย สะท้อนให้เห็นว่าแต่ละประเทศมีเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน

ดังนั้น การกำหนดอัตราดอกเบี้ยของไทยจึงต้องให้น้ำหนักกับการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและเงินเฟ้อภายในประเทศเป็นสำคัญ โดยหากเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายตามที่คาดการณ์ไว้ ก็ต้องประเมินนโยบายให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ แต่หากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามคาด ก็จำเป็นต้องกลับมาพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางหรือไม่

ส่วนกรณีต่างประเทศทยอยขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ไทยยังคงดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม อาจทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยกว้างขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยนั้น เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างระมัดระวัง แต่ส่วนต่างดอกเบี้ยไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดทิศทางค่าเงินบาท

เนื่องจากไทยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบยืดหยุ่น (Flexible Exchange Rate) ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวตามกลไกตลาดได้ โดยยังมีปัจจัยอื่นประกอบ ทั้งทิศทางเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่ง ธปท. มองว่าไทยยังมีสถานะกันชนระหว่างประเทศอยู่ในระดับดี แม้ดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้อาจอยู่ใกล้สมดุลหรือขาดดุลเล็กน้อย แต่มีโอกาสกลับมาเกินดุลในปีหน้า

  • Virtual Bank อีก 2 รายยืนยันเปิดดำเนินงานต้นปี 70

นายวิทัย กล่าวว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) 2 ราย ได้แก่ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด เป็นบริษัทในเครือ Ascend Money ผู้ให้บริการ TrueMoney และกลุ่มบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp. โดยทั้ง 2 รายยังยืนยันแผนเปิดดำเนินงานในช่วงต้นปี 2570 จากเดิมที่ได้รับแจ้งว่าจะเปิดช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570

ขณะที่อีก 1 รายที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว คือ กลุ่มธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLICX

โดยเบื้องต้น ธปท. ประเมินว่ามีโอกาสช่วยเพิ่มการแข่งขันในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากเจตนาของการทำ Virtual Bank คือการช่วยเหลือในส่วนของกลุ่มรายย่อยที่ธนาคารไม่ค่อยปล่อยสินเชื่อให้ ดังนั้น จึงมองว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางการเงินได้มากขึ้น

Back to top button