SETบ่ายวิตกเฟด-เงินต่างชาติไหลออกชู 2 หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์รับบาทอ่อน

ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ ยกเว้นตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปัจจัยหลักมาจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งบ้านเราก็ไม่สามารถต้านกระแสความกังวลดังกล่าวได้จึงเทรดในแดนลบเช่นกัน ขณะที่มองเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติไหลออกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าตลาดฯ อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไปจนถึงเดือน มิ.ย.


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงานตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ภาคเช้า (24 พ.ค.) ปรับลงทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก จากความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย มิ.ย.นี้กดดัน ขณะที่พบเม็ดเงินต่างชาติไหลออก คาดตลาดฯจะตกอยู่ในสถานการณ์นี้จนถึง มิ.ย.ปัจจัยสำคัญต้องติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดศุกร์นี้อาจมีประเด็นกดดันเพิ่มเติมให้กรอบสัปดาห์นี้ 1,372-1,387 จุด

 

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเชีย เวลท์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับลงทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ ยกเว้นตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปัจจัยหลักมาจากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งบ้านเราก็ไม่สามารถต้านกระแสความกังวลดังกล่าวได้จึงเทรดในแดนลบเช่นกัน ขณะที่มองเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติไหลออกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าตลาดฯ อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไปจนถึงเดือน มิ.ย.

ปัจจัยสำคัญยังคงต้องติดตามถ้อยแถลงของนางเจนเนต เยนเลน ประธานเฟดในวันศุกร์ที่ 27 พ.ค.นี้ว่าจะมีมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยอย่างไร หากมีความเห็นออกมาทิศทางเดียวกับเจ้าหน้าที่เฟดก่อนหน้านี้ ก็อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงต่อ แต่หากตัวเลขเศรษฐกิจ และผลกำไรบริษัทจดทะเบียนช่วงหลังออกมาดี ก็น่าจะทำให้ตลาดหุ้นค่อย ๆ รีบาวด์ เพราะตลาดหุ้นที่ปรับลงช่วงนี้ส่วนหนึ่งมาจากตัวเลขเศรษฐกิจหลายประเทศที่ออกมาไม่ค่อยดีด้วย

สำหรับสัปดาห์นี้ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่ 1,372-1,387 จุด มองว่าคงแกว่งตัวในกรอบนี้ตลอดทั้งสัปดาห์ หากในประเทศไม่มีปัจจัยบวก/ลบชัดเจน แต่คงไม่ปรับลงไปมาก ส่วนหนึ่งเพราะกำไร บจ.ใน SET ไตรมาส 1/59 ที่ออกมาดีเป็นตัวหนุนดัชนีให้ยืนอยู่ในระดับนี้ได้

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ (24 พ.ค.) ว่า แม้หุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT, PTTEP และ SCC จะยังถูกขายต่อเนื่อง กดดันตลาด แต่ SET ก็ยังไม่หลุดแนวรับค่าเฉลี่ย 3 เดือน ที่ 1,380 +/- จุด (แนวรับถัดไปจะเป็นแนวรับสำคัญ ที่ระดับ 1,372 จุด) ทั้งนี้คาดว่า SET จะไม่หลุดแนวรับดังกล่าว หนุนโดยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น

แม้ว่าแรงขายในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อาจยังไม่จบ แต่จากค่าเงินบาทที่อ่อนต่อเนื่องจะส่งผลบวกต่ออัตราการทำกำไร และราคาหุ้น DELTA, HANA ที่ปรับตัวลงมาแรงในช่วงก่อนหน้า ทำให้ valuation กลับลงมาที่ระดับน่าสนใจขึ้น และปันผลมาอยู่ในระดับสูง 4.5% และ 7.4% ตามลำดับ จึงแนะนำ “เก็งกำไร”

“ซื้อ” SGP…หุ้น Turnaround คาดงบไตรมาส 2/59 จะออกมาดี จากธุรกิจก๊าซ LPG ในประเทศจีนยังคงเติบโตสูง โดยยอดนำเข้า LPG ของจีนในนับตั้งแต่เดือน ม.ค-เม.ย. เติบโต 40% จากการเพิ่มขึ้นของโรงงาน PDH และ High Growth ด้วยแนวโน้มการเติบโตกำไร 60% ปีนี้ ที่ 1.85 พันล้านบาท ทำให้แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นมาแล้วตั้งแต่ต้นปี แต่ยังมี PE ต่ำเพียง 6.1x เท่านั้น และ PBV ที่ 1.2x

อีกทั้งงบไตรมาส 2/59 จะมีกำไรที่เติบโตดีชัดเจน เบื้องต้นคาดที่ 5-600 ล้านบาท และธุรกิจก๊าซในประเทศยังสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ พร้อม Upside Risk จากการเปิดเสรีนำเข้า LPG ในปีหน้า และเมื่อพิจารณาในทางเทคนิคราคาหุ้นตั้งหลักฟื้นตัวขึ้นได้ดีจากแนวรับมีเป้าหมายถัดไปที่ 13.50 / 14.00 บาท

 

สรุป 5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดภาคเช้า

PTT   มูลค่าการซื้อขาย 1,625.65 ล้านบาท ปิดที่ 295.00 บาท ลดลง  4.00 บาท

IVL   มูลค่าการซื้อขาย   771.91 ล้านบาท ปิดที่ 30.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

TRUE  มูลค่าการซื้อขาย   689.45 ล้านบาท ปิดที่   7.30 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

SOLAR มูลค่าการซื้อขาย   573.28 ล้านบาท ปิดที่   4.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.26 บาท

AOT   มูลค่าการซื้อขาย   498.36 ล้านบาท ปิดที่ 392.00 บาท ลดลง  4.00 บาท

Back to top button