
MMM ลุย JUMP+ ชูโมเดล “Ecosystem อสังหา-สินเชื่อ” ครบวงจร ตั้งเป้ากำไร 3 ปี โต 40%
MMM เปิดโรดแมปเพิ่มมูลค่าบริษัทภายใต้โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ชูโมเดล “Ecosystem อสังหาฯ-สินเชื่อ” สู่ Property Finance ตั้งเป้ากำไรสุทธิปี 2569-2571 เติบโตเฉลี่ย 40% ควบคู่ธรรมาภิบาลและสิ่งแวดล้อม หนุนธุรกิจเติบโตยั่งยืน
นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร
โดยบริษัทฯ เปิดเผยว่า การยกระดับขีดความสามารถและสร้างการเติบโตแบบก้าวก้าวกระโดด (Growth) ด้วยการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ (โครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน) ซึ่งจัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นบริษัทจดทะเบียนคุณภาพที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และพร้อมสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่นักลงทุนในระยะยาว
การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนของ MMM ในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยบริษัทฯ วางยุทธศาสตร์ ชูโมเดล “Ecosystem อสังหาฯ-สินเชื่อ” สู่การเป็น Property Finance เพื่อมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ
พร้อมวางรากฐานกำไรที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย (Net Profit Growth) ใน 3 ปีข้างหน้า (2569-2571) สูงถึงร้อยละ 40 พร้อมทั้งเร่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ผ่านธุรกิจสินเชื่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยืดหยุ่นและมั่นคงภายใต้ยุทธศาสตร์หลัก 3 มิติ
1.การขยายพอร์ตโครงการที่มีศักยภาพ : โดยคัดเลือกเฉพาะโครงการที่ตรงใจกลุ่ม Real Demand และกลุ่มนักลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนทรัพย์สินและลดความเสี่ยงจากทรัพย์ที่ขายยาก ควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนโครงการที่สร้างอัตรากำไรสูง (High-Margin Portfolio) และ ใช้กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง (Negotiation Advantage) เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงต้นทุนอย่าง มีนัยสำคัญ
2.การทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร: โดยการต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ “ธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน” เพื่อแก้ Pain Point ของลูกค้าที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนจำกัด โดยแบ่งเป็น 4 โปรดักส์ ได้แก่
2.1) สินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับผู้มีศักยภาพ 2.2)สินเชื่อเพื่อผู้พัฒนาโครงการ (Project Financing) 2.3)สินเชื่อโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน และ4.บริการนายหน้าประสานงานจัดหาคู่สัญญา ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์และสร้างรายได้ดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอในอัตราที่กฎหมายกำหนด
3.การเพิ่มขีดความสามารถด้านการขายและการตลาด: โดยการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย เชิงลึก (Data Analytics) เพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพได้ตรงจุด ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขาย (Conversion Rate) และเร่งการรับรู้รายได้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจให้แข็งแกร่ง สามารถเติบโตและมีศักยภาพในการแข่งขัน ตามแผนกลยุทธ์ 3 ปี อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต ควบคู่กับการมุ่งเน้นเรื่องหลักธรรมาภิบาล (Governance) ทั้งการยกระดับหน้าที่ของกรรมการ ความโปร่งใสในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด
รวมถึงการเดินหน้าแผน Climate Action ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการการใช้เชื้อเพลิงและพลังงาน ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม เช่น ลดการใช้กระดาษ หรือเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ที่เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับโลก” นางสาวณิชา กล่าวทิ้งท้าย
