
“สยามพิวรรธน์” ปลุก Festive Economy สงกรานต์ปี 69 คนร่วมงานทะลุ 3.27 ล้านราย
สยามพิวรรธน์สร้างปรากฏการณ์มหาสงกรานต์ 2569 ดึงผู้ร่วมงานตลอดวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ทะลุ 3.27 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน หนุนการใช้จ่ายในศูนย์การค้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มของสมาชิกเพิ่มขึ้น 22% ตอกย้ำบทบาทแพลตฟอร์มเฟสติวัลระดับโลกและแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Festive Economy ไทย
สยามพิวรรธน์สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในงานเทศกาลมหาสงกรานต์ 2569 พลิกเกม Festive Economy สร้างแพลตฟอร์มเฟสติวัลระดับโลก (Global festival platform) ครองแชมป์สถานที่เอกชนจัดงานสงกรานต์อันดับ 1 ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานทุกศูนย์การค้าในเครือ ตลอดช่วงเทศกาลวันที่ 10-15 เมษายน 2569 ทะลุเป้ากว่า 3.27 ล้านคน เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 และกระตุ้นการใช้จ่ายในศูนย์การค้า
โดยเฉพาะด้านอาหารและเครื่องดื่มของกลุ่มลูกค้าสมาชิก เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างมหกรรมความสุขจากแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางย่านสยาม สู่ไอคอนสยาม ฝั่งธนบุรี ตอกย้ำบทบาท Game Changer ผู้นำ จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ระดับโลก (Global Experiential Destination) สำหรับการฉลองปีใหม่ไทยที่ครบทุกมิติ
ความสำเร็จของสยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้เกิดจากการออกแบบประสบการณ์สงกรานต์ที่ผสานวัฒนธรรมไทย และความบันเทิง เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับศักยภาพของสถานที่และความเชี่ยวชาญในการจัดงานระดับโลก โดยไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดทราฟฟิกตลอดเทศกาล 6 วัน กว่า 1.47 ล้านคน
ขณะที่สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ แลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ยังครองใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง ยอดผู้เข้าร่วมงานตลอด 6 วันกว่า 1.8 ล้านคน และทั้งหมดนี้ยังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเฟสติวัลระดับโลก ที่ร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของ Festive Economy ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์สงกรานต์ยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์ก Top 3 ของโลก ครองแชมป์หนึ่งในจุดหมายปลายทางสงกรานต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกรุงเทพฯ สร้างปรากฏการณ์ประสบความสำเร็จเกินคาด ด้วยยอดทราฟฟิก 6 วันกว่า 1.47 ล้านคน เติบโตทั้งกลุ่มชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสร้างไวรัลบนโซเชียล มีผู้ชมคอนเทนต์สงกรานต์ออนไลน์รวม 100 ล้านวิว
พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นยอดขายช่วงเทศกาลเพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา สะท้อนความเป็นผู้นำของงานเทศกาลสงกรานต์ตัวจริงที่ครบทุกมิติ ทั้งการเล่นสาดน้ำและคงอัตลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีไทย นำเสน่ห์ความเป็นไทยยกระดับสู่เทศกาลระดับโลก
ความสำเร็จของไอคอนสยาม ตอกย้ำภาพลักษณ์ในฐานะ Global Experiential Destination ที่เชื่อมโยง
“ความเป็นไทย” สู่สายตาโลก ผ่านงาน “ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN 2026” นำเสน่ห์ของประเพณีวัฒนธรรมไทยที่หาชมได้ยาก ที่ยกระดับความสนุกของเทศกาลสู่การเป็น Global Festival ครบทุกมิติ ทั้งความบันเทิง วัฒนธรรม อาหาร และความเชื่อ มีไฮไลต์สำคัญตั้งแต่ Water Landmark ช้างพ่นน้ำขนาดยักษ์สูง 9 เมตร พร้อมเสริมสิริมงคลด้วยน้ำมนต์จาก 9 วัดดัง
ปรากฏการณ์ความสำเร็จมหาสงกรานต์ระดับเวิลด์คลาสใจกลางกรุง
มิติใหม่แห่งย่านสยาม เมื่อสยามพิวรรธน์สร้างปรากฏการณ์เทศกาลระดับโลกผสานประเพณี แฟชั่น ดนตรีและไลฟ์สไตล์ ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตร สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (MBK) พลิกพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ กว่า 2 ล้านตารางเมตร ให้เป็น “Global Songkran Landmark” ที่เชื่อมโยงทั้งย่านเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จากสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไปจนถึงสยามสแควร์ บรรทัดทอง และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญโดยรอบ กลายเป็น 7 พื้นที่ 7 ประสบการณ์ที่หลอมรวมไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และวัฒนธรรมไทยไว้ในแพลตฟอร์มเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียง “งานเทศกาล” แต่คือการสร้าง “เมืองแห่งประสบการณ์” ที่มีชีวิต และสร้างกระแส Talk of the Town ที่สามารถดึงดูดผู้คนระดับล้านเข้าสู่ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ
ปีนี้ สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็น Global Destination จุดหมายปลายทางระดับโลกที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยความสำเร็จอย่างงดงามของงาน “SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026” มหาสงกรานต์เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นระหว่าง 10-15 เมษายน 2569 ณ พาร์ค พารากอน และพื้นที่ต่างๆ ภายในศูนย์การค้า โดยได้รับการต้อนรับอย่างคับคั่งจากนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานตลอดเทศกาล
ซึ่งมีทั้งลูกค้านักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เข้าร่วมงาน สะท้อนศักยภาพของสยามพารากอน ในฐานะแลนด์มาร์กระดับเวิลด์คลาสที่สามารถมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ครบทั้งแฟชั่น ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ไว้ในงานเดียว
พร้อมไฮไลต์ NEXTOPIA Culture of Tomorrow ผสานวัฒนธรรมไทยกับนวัตกรรม ผ่าน Crystal Pagoda จากวัสดุรีไซเคิล สะท้อนแนวคิด Circular Economy ขณะที่สยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ต่อยอดสู่มิติ Creativity และ Identity ผ่าน Creative Carnival และพื้นที่ Exploratorium ตอกย้ำว่า Retail ยุคใหม่คือ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” ระดับโลก
ความสำเร็จของสยามพารากอนครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังร่วมกับธนาคารกสิกรไทย (จำกัด) มหาชน พร้อมพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์สงกรานต์ร่วมสมัยให้มีชีวิตชีวาและแตกต่างอย่างโดนเด่น ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงแบรนด์ระดับโลกกว่า 10,000 ราย
พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระดับมหภาค ทั้งการเป็น Magnet ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย รวมทั้งการเป็น Event platform ที่สร้างงานสร้างรายได้ และสร้างการเจริญเติบโตให้กับพื้นที่โดยรอบ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยถึงภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 มีความคึกคักเกินคาด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่งผลให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง โดยคาดการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 11-15 เมษายน 2569 รวม 5 วัน
โดยคาดว่าสร้างรายได้รวมทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% และสร้างรายได้เข้าประเทศราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,936,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%
สยามพิวรรธน์ก้าวไปอีกขั้นในฐานะ Game Changer ด้วยการผลักดันเทศกาลของไทยสู่เทศกาลระดับโลกให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนแรงดึงดูดใหม่สู่เมืองแห่งจุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกอยากมาเยือน

