“สยามพิวรรธน์” ผนึก “หอการค้าไทย” หนุนสินค้าไทย-ผู้ประกอบการ YEC สู่เวทีโลก

สยามพิวรรธน์ ลงนาม MOU ร่วมกับหอการค้าไทย เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยและเครือข่ายสมาชิกกว่า 200,000 ราย ผลักดันสินค้า Craft อาหาร สุราชุมชน และสินค้า GI สู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU กับหอการค้าไทย เพื่อร่วมกันผลักดันและยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย รวมถึงเครือข่ายสมาชิก ให้สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เวทีระดับโลกอย่างยั่งยืน

โดยพิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารบรรเจิด ชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมลงนาม

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านเครือข่ายหอการค้าไทย หอการค้าจังหวัด และกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือ YEC ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 200,000 ราย โดยมุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นจากทุกภูมิภาค ทั้งงานฝีมือ หรือ Craft อาหาร สุราชุมชน และสินค้า GI ให้มีโอกาสเข้าสู่ช่องทางการจัดแสดงและจำหน่ายในโครงการต่าง ๆ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้วางแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับสยามพิวรรธน์ ในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าแบบหมุนเวียนตลอดทั้งปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากแต่ละจังหวัดสามารถสลับสับเปลี่ยนนำผลงานมานำเสนอได้อย่างต่อเนื่อง นับเป็นการกระจายโอกาสทางธุรกิจให้ทั่วถึงทุกภูมิภาคอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

ด้านนางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสยามพิวรรธน์และหอการค้าไทยครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพและเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมค้าปลีกในประเทศให้สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งบนเวทีโลก

สยามพิวรรธน์ดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Co-Create & Collaborate to Win โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกับทุกภาคส่วน พร้อมใช้ธุรกิจเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสในการสร้างคุณประโยชน์แก่ผู้คน สังคม และประเทศชาติ ผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการยกระดับประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับผู้คนจากทั่วโลก

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยต่อยอดแนวทางการดำเนินธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และการผลักดันค้าปลีกไทยให้เป็นที่รู้จักและมีบทบาทในระดับนานาชาติ

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี โดยทั้งสององค์กรจะร่วมกันผลักดันและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในด้านสินค้า ผลิตภัณฑ์ และการจัดแสดงทางธุรกิจจากผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในเครือข่าย Young Entrepreneur Chamber of Commerce หรือ YEC และหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนให้การลงทุนมีความสะดวกมากขึ้น หรือ Ease of Investment เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจ โดยร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างครบทุกมิติตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและต่อยอดในเชิงพาณิชย์สู่เวทีโลก

สยามพิวรรธน์ยังจะสนับสนุนพื้นที่จัดแสดงทางศิลปวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ในรูปแบบพื้นที่การแสดงหมุนเวียนตลอดทั้งปีภายในศูนย์การค้าในเครือ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้กับเครือข่ายสมาชิกหอการค้าไทย ผ่านการเป็นสมาชิกของ ONESIAM SuperApp ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนำเสนอและประชาสัมพันธ์ผลงาน รวมถึงการแสดงสินค้า

ปัจจุบัน สยามพิวรรธน์เป็นเจ้าของและผู้บริหารโครงการแลนด์มาร์กระดับโลก ได้แก่ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ ไอคอนสยาม และสยามพรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ โดยมีบทบาทในฐานะ Game Changer และต้นแบบการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วน ผ่านแนวคิด Opportunity Platform เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคม และสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศสู่การแข่งขันบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน

Back to top button