
เครือซีพี-AXTRA ผนึก 22 พันธมิตร ดันเศรษฐกิจหมุนเวียน ยกระดับจัดการขยะยั่งยืน
เครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งความยั่งยืน ผ่านงาน “AXTRA Circular Impacts” ผนึกกำลัง 22 พันธมิตรภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ลงนาม MOU ผลักดันการจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมแห่งความยั่งยืน ผ่านงาน “รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน: AXTRA Circular Impacts” โดยผนึกกำลังกับ 22 พันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ เดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านการบริหารจัดการขยะและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ระหว่าง 22 องค์กร เพื่อร่วมกันผลักดันการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้ทรัพยากรสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
ภายในงานเริ่มต้นด้วยการฉายวีดิทัศน์สะท้อนแนวคิดและเป้าหมายของโครงการ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมีนายสุรเกียรติ วิริยะกิจรุ่ง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนางศิริพร เดชสง่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ขณะที่ ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้ร่วมแสดงมุมมองเกี่ยวกับแนวคิด วิสัยทัศน์ และทิศทางการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้แทนจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยตระหนักร่วมกันว่า ปัญหาขยะพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้โดยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และครอบคลุมทุกภาคส่วน
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ทั้ง 22 องค์กรได้ประกาศความมุ่งมั่นร่วมกันในการสนับสนุนการลดใช้และลดทิ้งพลาสติกที่ไม่จำเป็น เพื่อลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมส่งเสริมระบบเก็บกลับ รับคืน รวบรวม คัดแยก และนำบรรจุภัณฑ์พลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการร่วมพัฒนาโครงการนวัตกรรมและบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน โดยนำขยะพลาสติกมาแปรรูปและเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่
นอกจากนี้ ยังมุ่งผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านหลัก 5R ได้แก่ Re-educate, Reduce, Recycle, Replace และ Reinvent เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมภายในองค์กร เครือข่ายพันธมิตร และสังคมในวงกว้าง พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างอนาคตและโลกที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของงาน คือ พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างพันธมิตรทั้ง 22 องค์กร ที่พร้อมผนึกกำลังสร้างเครือข่ายการจัดการขยะอย่างยั่งยืน รวมถึงพิธีมอบรางวัล “รางวัลองค์กรต้นแบบด้านการจัดการขยะ” เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมโดดเด่น และเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนา “รวมพลัง ขับเคลื่อนไทยสู่ความยั่งยืน: AXTRA Circular Impacts” เพื่อเปิดมุมมองจากผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจ เกี่ยวกับแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทย ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

