CKP หุ้นกู้ Green Bond ล้นจอง 2 เท่า รับเมกะเทรนด์ “พลังงานสะอาด”

CKP ปลื้มเสนอขาย Green Bond มูลค่า 5,000 ล้านบาทฉลุย ยอดจองล้นทะลักกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน ลุยระดมทุนปักหมุดโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง รับเมกะเทรนด์พลังงานสะอาดหนุนความมั่นคงระยะยาว


ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และระดับราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น หลายประเทศทั่วโลกเริ่มให้ความสำคัญกับประเด็น “ความมั่นคงทางพลังงาน” มากขึ้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายงานของ World Economic Forum (WEF) ที่ระบุว่า ระบบพลังงานโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดพลังงาน ส่งผลให้การลงทุนในพลังงานสะอาดมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงช่วยลดต้นทุนจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ขณะเดียวกัน รายงานอัปเดตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (East Asia and the Pacific: EAP) ระบุว่า วิกฤตราคาพลังงานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลง และอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีแนวโน้มปรับลดลง โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน เนื่องจากมีสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในระดับสูง

สำหรับทิศทางนโยบายภายในประเทศ รัฐบาลไทยมีเป้าหมายส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Draft PDP 2024) โดยตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนสะสมประมาณ 17,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 และเพิ่มเป็นราว 53,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580 เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระบบส่งและระบบจำหน่าย

ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานดังกล่าว ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานสะอาด โดยบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในภูมิภาค และมีระดับคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำรายหนึ่ง ได้ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 3 ชุด มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 27–29 เมษายนที่ผ่านมา โดยมียอดจองเกินกว่าวงเงินเสนอขายมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและทิศทางการเติบโตของบริษัท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าว จะนำไปใช้ลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2573 เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศไทย และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนตามทิศทางพลังงานโลก

ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ยังสะท้อนบทบาทของ CKP ในฐานะผู้ออก Green Bond ที่เชื่อมโยงการระดมทุนกับการพัฒนาโครงการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKP สามารถผลิตไฟฟ้าส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 17% ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

บริษัทระบุว่า ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 โดยหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบริษัทมีบทบาทในการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้าน ESG และความต้องการของนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยความสำเร็จในการเสนอขายครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว และบทบาทของพลังงานสะอาดในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานท่ามกลางความผันผวนของเชื้อเพลิงฟอสซิลจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

Back to top button