Bitget ชี้ Bond Yield พุ่งกดดัน “บิตคอยน์” ระยะสั้น อนาคตขาขึ้น

Bitget เผยนักลงทุนกังวลนโยบายการเงินตึงตัวจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หลังพันธบัตรรัฐฐาลสหรัฐฯพุ่งทำสถิติใหม่รอบปีกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยง แต่มองบิตคอยน์มีปัจจัยบวกจากกฎหมาย CLARITY Act ที่ผ่านด่านวุฒิสภาช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลตลาดคริปโท คาดดึงเม็ดเงินลงทุนสถาบันเข้ามาผลักดันราคาเป็นขาขึ้นได้ต่อ มองนักลงทุนเริ่มกลับมาตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นหลังพบผู้ใช้งาน Bitget AI แตะ 1 ล้านราย เติบโตตามกระแสการใช้งาน AIAgent เป็นตัวช่วยวิเคราะห์การลงทุน เตรียมเปิดตัวโซลูชั่นสนับสนุนการเทรดด้วยเอไอครบวงจรเร็วๆนี้


นางสาวเกรซี่ เฉิน (Gracy Chen) กรรมการผู้จัดการของ บิตเก็ต (Bitget) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีและบริษัท Web3 ชั้นนำของโลก กล่าวว่าราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงมาแตะ 77,000 ดอลลาร์ จากความกังวลแนวโน้มเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากดัชนี CPI เดือนเมษายนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี กดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวลง

อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาบิตคอยน์จะยังสามารถประคองตัวในแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้ โดยปัจจัยที่จะผลักดันราคาคือวุฒิสภาสหรัฐ ฯ ได้ผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act แล้วมุ่งเน้นไปที่การจดทะเบียนกระดานซื้อขาย, มาตรฐานการรับฝากสินทรัพย์ (Custody), การแยกแยะสินทรัพย์ของลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท, การกำกับดูแล Stablecoin และการขีดเส้นแบ่งขอบเขตอำนาจระหว่าง ก.ล.ต. และหน่วยงานด้านสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ให้ชัดเจน

“สิ่งที่ตามมาหลังกฎหมายนี้ผ่านคือเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันจะเข้ามามากขึ้นหากกฎหมายสามารถมีผลบังคับใช้ได้ก่อนสิงหาคม คาดว่ามูลค่าการซื้อขายคริปโทที่ถูกกฎหมายในสหรัฐ ฯ อาจขยายตัวขึ้นถึง 3-5 เท่าภายในปลายปี 2026 จากการเข้าร่วมของสถาบันการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเม็ดเงินลงทุนผ่านกองทุน Bitcoin ETF จะมีมูลค่าแตะหลายพันล้านดอลลาร์ต่อเดือน สัญญาณนี้เริ่มเด่นชัดจากยอดเงินไหลเข้าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดย BTC มีเงินไหลเข้า 1.97 พันล้านดอลลาร์”

นอกจากนี้มูลค่าตลาดของผลิตภัณฑ์การเงินบนบล็อกเชนจะเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมูลค่าตลาด Stablecoin ปัจจุบันที่ 3.23 แสนล้านดอลลาร์จะพุ่งสูงขึ้นอีก รวมถึงสินทรัพย์นอกบล็อกเชนที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเค็น (Tokenized RWAs) ซึ่งมีมูลค่าทะลุ 1.93 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2026 จะดึงดูดเม็ดเงินใหม่จากสถาบันการเงินด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 23–29% เช่นเดียวกับเม็ดเงินจำนวนหลายแสนล้านดอลลาร์ ที่พักอยู่ในบัญชีต่างแดน (Offshore) หรือในรูปของเงินสด จะไหลกลับเข้าสู่ช่องทางบริการ (On-ramps) ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐ ฯ ภายใน 18 เดือนข้างหน้า

เพื่อรองรับต่อเม็ดเงินลงทุนในตลาดคริปโทที่จะเติบโตขึ้น Bitget ในฐานะศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ครบวงจร ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่รองรับการใช้งานของนักเทรดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Bitget AI ระบบนิเวศการเทรดอัจฉริยะที่รวมศูนย์การวิเคราะห์ตลาด การบริหารจัดการความเสี่ยง และการส่งคำสั่งซื้อขาย มีผู้ใช้งานแตะ 1 ล้านรายแล้วด้วยปริมาณการซื้อขาย 1,200 ล้านดอลลาร์ผ่านเครื่องมือ AI กว่า 58 รายการ

“การบรรลุเป้าหมายสำคัญนี้เป็นสัญญาณสะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของ Bitget ในการก้าวไปสู่การเป็นกระดานเทรดที่รองรับระบบเอเจนต์เต็มรูปแบบ (Agent-Native Exchange) ตอกย้ำถึงการเปิดรับที่เติบโตขึ้นอย่างมากในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย และขีดความสามารถของแพลตฟอร์มในการให้บริการระบบเทรดอัจฉริยะในระดับสเกลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ในอีกไม่กี่เดือน Bitget มีแผนที่จะเปิดตัว AI Trading Playbooks โซลูชันการเทรดด้วย AI แบบครบวงจร ด้วยการใช้งานที่เข้าใจง่ายแต่มาตราฐานการทำงานระดับเดียวกับสถาบันขนาดใหญ่รองรับนักเทรดที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานเทคโนโลยี”

Back to top button