“ดีอี-ดีป้า” ปั้นเยาวชน 1.2 หมื่นคนสู่นวัตกรดิจิทัล มอบทุน Coding-AI กว่า 27 ล้านบาท

กระทรวงดีอี-ดีป้า ประกาศความสำเร็จ Coding Thailand 2026 ดึงนักเรียนและครูทั่วประเทศ 12,000 คน พัฒนานวัตกรรมด้วย Coding-AI ก่อนคัด 210 ทีมชิงชัยระดับประเทศ มอบ 112 รางวัล มูลค่ากว่า 27 ล้านบาท


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอี ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ประกาศความสำเร็จโครงการ Coding Thailand 2026: AI Inspires the Future โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน Coding และปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับเยาวชนไทย โดยมีนักเรียนและครูทั่วประเทศเข้าร่วม 12,000 คน ก่อนคัดเลือกผลงานเข้าสู่การแข่งขันระดับประเทศ พร้อมมอบทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล มูลค่ารวมกว่า 27 ล้านบาท

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เป็นประธานงานแถลงความสำเร็จและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขัน National Coding & AI Competition รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เครือข่ายพันธมิตร ครู และนักเรียนเข้าร่วม ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

ดร.ศุภกรกล่าวว่า การพัฒนากำลังคนดิจิทัลเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ดีป้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนมีทักษะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เนื่องจาก Coding และ AI ไม่ได้เป็นเพียงทักษะเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานด้านเทคโนโลยี แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการเรียน การทำงาน การประกอบธุรกิจ และการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน

ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดจากจำนวนผลงานหรือรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การค้นหาปัญหา ตั้งโจทย์ ออกแบบแนวทางแก้ไข เลือกใช้เทคโนโลยี ตลอดจนพัฒนาและนำเสนอผลงาน ซึ่งช่วยยกระดับทั้งทักษะด้านเทคโนโลยี การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน

“ดีป้าต้องการให้เยาวชนไทยมอง Coding และ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสและคุณค่า ไม่ใช่เพียงการเขียนโปรแกรมหรือใช้งานเทคโนโลยี แต่สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นนวัตกรรม แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเติบโตเป็นกำลังคนที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี ความคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการปรับตัว” ดร.ศุภกรกล่าว

โครงการ Coding Thailand 2026 เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 มีนักเรียนและครูสมัครเข้าร่วม 12,000 คน รวมกว่า 1,500 ทีม จาก 800 สถานศึกษาทั่วประเทศ โดยผู้สมัครได้เรียนรู้พื้นฐานด้าน Coding และ AI ผ่านแพลตฟอร์ม CodingThailand.co ซึ่งมีหลักสูตรออนไลน์มากกว่า 30 หลักสูตร

จากนั้นมีผู้ผ่านเข้าสู่กิจกรรม Regional Coding & AI Competition จำนวน 3,224 คน จาก 806 ทีม จัดขึ้นใน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร อุบลราชธานี ขอนแก่น พิษณุโลก เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา และภูเก็ต พร้อมเข้าร่วมเวิร์กช็อปเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อพัฒนาผลงานต้นแบบ

โครงการได้คัดเลือก 210 ทีม จาก 167 สถานศึกษาใน 59 จังหวัด เข้าสู่กระบวนการ Coding & AI Incubation และ Coding & AI Mentoring เพื่อพัฒนาศักยภาพและผลงานร่วมกับคณาจารย์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรม ก่อนเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ

ผู้เข้าแข่งขันได้นำความรู้ด้าน Coding, AI, AIoT และ Robotics รวมถึงทักษะทางธุรกิจและ Soft Skills มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมดิจิทัลภายใต้ 4 แนวคิด ได้แก่ Smart Industry, Green Innovation, Health & Well-Being และ Creative Economy

การแข่งขันมีผู้ได้รับรางวัลรวม 112 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล Best of the Best จำนวน 1 รางวัล ซึ่งทีม SUN Kids จากโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ชนะ รวมถึงรางวัล Platinum Prize จำนวน 15 รางวัล และรางวัล Gold Prize, Silver Prize และ Bronze Prize รวม 90 รางวัล ตลอดจนรางวัล Popular Vote และรางวัลพิเศษอีก 6 รางวัล ครอบคลุมระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา

ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนศูนย์การเรียนรู้ทักษะดิจิทัล มูลค่ารวมกว่า 27 ล้านบาท พร้อมโอกาสต่อยอดเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษาจากสถาบันชั้นนำที่ให้การยอมรับเวทีการแข่งขัน โดยการพิจารณารับเข้าศึกษาจะเป็นไปตามคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน

โครงการยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและเครือข่ายการศึกษา อาทิ AIS ACADEMY, ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย), เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, TRUE DIGITAL ACADEMY, เอไอเอ ประเทศไทย, Ericsson Thailand, Arduino, Intel, Meta, Microsoft, SCB Academy และพันธมิตรอื่น เพื่อร่วมพัฒนาทักษะ Coding และ AI ตลอดจนสร้างกำลังคนดิจิทัลสำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศในอนาคต

Back to top button