CGSI มอง SET แกว่ง 1,530-1,560 จุด จับตา Fund Flow หมุนเข้าแบงก์-โรงไฟฟ้า-นิคมฯ

CGSI ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,560 จุด รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐและความกังวลเงินเฟ้อ จับตาเม็ดเงินโยกจากอิเล็กทรอนิกส์-ปิโตรเคมี เข้าหุ้นใหญ่พื้นฐานแกร่ง ชูแบงก์ โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม รับการลงทุน Data Center พร้อมแนะนำ CREDIT-GLOBAL


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ปิดปรับตัวลดลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,342.56 จุด ลดลง 132.54 จุด หรือ 0.25% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,720.39 จุด ลดลง 23.59 จุด หรือ 0.30% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,184.73 จุด ลดลง 365.13 จุด หรือ 1.38% หลังผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึง Alphabet และ Caterpillar สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายนเร่งตัวขึ้น

สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) CGSI ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,530-1,560 จุด โดยคาดว่านักลงทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มขายสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้นไทย เพื่อลดความเสี่ยงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของตลาดในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเกิดการหมุนเวียนเงินลงทุน (Sector Rotation) จากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และปิโตรเคมี ไปยังหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ โดยเฉพาะ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มโรงไฟฟ้า และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของการลงทุนศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ด้านกลยุทธ์การลงทุน CGSI แนะนำหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการแข็งแกร่งและมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไร ได้แก่ บริษัท ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT หลังรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 1,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25.2% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของ CGSI ประมาณ 22% ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569-2571 ขึ้น 3.7-6.9% จากสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อและส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ดีขึ้น โดยกำหนดจุดทำกำไรที่ 24.60 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 24.00 บาท

ขณะที่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 551 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 42.3% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของ CGSI ประมาณ 34% และสูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กประมาณ 11% ส่งผลให้ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ปี 2569-2571 ขึ้น 8.8-14.0% โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง พร้อมกำหนดจุดทำกำไรที่ 7.35 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 7.05 บาท

Back to top button