
“บล.ดาโอ” แนะซื้อ BJC เป้า 17 บาท เร่งขยายสาขา ดันมาร์จิ้นฟื้น หนุนรายได้ปี 69 โต 5%
บล.ดาโอ มองบวก BJC คาดรายได้ปี 2569 ฟื้นตัว 5% จากแรงหนุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมแผนขยายสาขาและเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง หนุนกำไรเติบโตต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ฟื้นตัว 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยที่คาดว่าจะเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจ PSC ซึ่งจะได้อานิสงส์จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังเข้าซื้อโรงแก้วในต่างประเทศ และธุรกิจ CSC จากการต่อยอดแบรนด์ Parrot ไปสู่สบู่สายสุขภาพ
ขณะที่ธุรกิจ MSC คาดว่ารายได้จะทรงตัว เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้คาด SSSG จะพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรในปี 2568 ส่งผลให้ฐานยอดขายบางส่วนหายไป นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายนอกสาขา (Out-of-store sales) เป็น 30% ของยอดขาย MSC ภายในปี 2573 ผ่านการขยายพาร์ทเนอร์ Donjai อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพิ่มเป็น 2.7 หมื่นรายในปี 2568
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนขยายสาขาใหญ่ 17 สาขา และสาขาเล็ก 1,500 สาขา ในช่วงปี 2569-2573 โดยในปี 2569 มีแผนเปิดสาขาใหม่จำนวน 2 สาขาใหญ่ และ 200 สาขาเล็ก พร้อมปรับปรุง 18 สาขาใหญ่ และ 300 สาขาเล็ก นอกจากนี้ ยังปรับโมเดล Mini Big C เป็นคอนเซปต์ใหม่ “Super Convenience” ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 300 ตารางเมตร และเปิดโมเดลใหม่ “The Color” ซึ่งเพิ่มพื้นที่โซนอาหารเป็น 40% จากโมเดล Big C เดิมที่ 20% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวเป็น 20.5% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า High-margin โดยประเมินว่าธุรกิจ PSC จะมีมาร์จิ้นดีขึ้นจากผลิตภัณฑ์แก้ว ขณะที่ธุรกิจ CSC มุ่งเน้นสินค้า Personal Care และธุรกิจ MSC ได้แรงหนุนจากการผลักดันสินค้า Private Label การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ และการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ซึ่งจะช่วยชดเชยสัดส่วนยอดขาย Non-food ที่ลดลงตามกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
สำหรับประมาณการกำไรปี 2569/2570 คาดอยู่ที่ 4.4/4.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%/4% เมื่อเทียบกับปีก่อน หนุนโดยยอดขายธุรกิจ PSC ที่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่สูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจ MSC คาดว่า SSSG จะพลิกเป็นบวกที่ 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ GPM ขยายตัวเล็กน้อยจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า High-margin
ส่วนไตรมาส 1/2569 เบื้องต้นประเมินกำไรสุทธิที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรที่เติบโต เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้คาดยอดขายธุรกิจ MSC จะหดตัวจากมาตรการ Easy E-Receipt ที่หมดลงในปีนี้ แต่ได้รับการชดเชยจากยอดขายธุรกิจ PSC, CSC และ HTSC ที่เติบโตดีขึ้น ขณะที่กำไรลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากฐานที่สูงของธุรกิจ MSC ในไตรมาส 4/2568 ตามปัจจัยฤดูกาล
ในด้านมูลค่าและปัจจัยกระตุ้นราคา บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) กลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ BJC ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท อิง PER ปี 2569 ที่ 15.5 เท่า หรือระดับต่ำกว่า -1.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานจากค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง โดยมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงครึ่งแรกปี 2569 อาจเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมต่อราคาหุ้น ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญยังมาจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ตามภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
