“ลิเบอเรเตอร์” แนะซื้อ SCC ลุ้นไตรมาส 1 พลิกกำไร 5.8 พันล้าน รับปิโตรเคมีฟื้น

บล.ลิเบอเรเตอร์ ประเมิน SCC เตรียมพลิกมีกำไรสุทธิ 5,876 ลบ. ในไตรมาส 1/26 รับอานิสงส์ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวและกำไรจากสต๊อกสินค้าหนุน พร้อมคาดส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ขยับขึ้น แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายเฉลี่ย Bloomberg consensus ที่ 203.83 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ประเมินทิศทางผลการดำเนินงานของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 (1Q26) ว่ามีโอกาสที่จะพลิกกลับมาทำกำไรอีกครั้ง โดยคาดการณ์ว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,876 ล้านบาท ซึ่งฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน 3,692 ล้านบาท (ไตรมาสก่อนหน้ามีค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้าง 3,259 ล้านบาท) โดยประเมินว่าในไตรมาส 1/26 จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ 1,601 ล้านบาท และได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากกำไรสต๊อกสินค้า (Inventory Gain) สูงถึง 4,275 ล้านบาท นอกจากนี้ คาดว่าจะได้รับผลบวกจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในปีที่ผ่านมาราว 1,000 ล้านบาทต่อไตรมาส

สำหรับภาพรวมแต่ละกลุ่มธุรกิจ พบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น นำโดยธุรกิจปูนซิเมนต์ ที่ยังคงได้รับอานิสงส์จากการก่อสร้างที่ฟื้นตัวหลังมีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง ประกอบกับราคาขายที่ขยับขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเริ่มเห็นการเร่งรัดงานก่อสร้างมากขึ้น ทำให้คาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์ คาดว่าผลการดำเนินงานจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ปริมาณการขายอาจหดตัวลงบ้าง แต่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับการดำเนินงานของบริษัทย่อย Fajar มีทิศทางที่ดีขึ้น

ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมี ประเมินว่าผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน ROC เป็นเวลา 21 วันในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อาจไม่ส่งผลกระทบมากเท่าที่ตลาดกังวล เนื่องจากบริษัทยังมีสต๊อกสินค้าเก่าไว้สำหรับจำหน่าย ผสานกับการใช้กำลังการผลิตในส่วนของ MOC ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงราว 90% ส่วนโรงงาน LSP ในประเทศเวียดนามได้กลับมาใช้แนฟทา (Naphtha) เป็นวัตถุดิบในการผลิตแทนโพรเพน (Propane) เนื่องจากราคาโพรเพนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) พบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ HDPE ปรับเพิ่มขึ้น 16 เหรียญสหรัฐต่อตัน และ PP ปรับเพิ่มขึ้น 25 เหรียญสหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม PVC ปรับลดลง 29 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทั้งนี้ คาดว่า SCC จะมีกำไรจากสต๊อกสินค้าเข้ามาเพิ่มเติม จากราคาแนฟทาที่ปรับตัวเร่งขึ้นตามเหตุการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ การที่อุปทาน (Supply) ปิโตรเคมีหายไปจากตลาดราว 20% จะส่งผลดีต่อส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์และผู้ประกอบการในระยะถัดไป เนื่องจากกำลังการผลิตที่หายไปอาจไม่สามารถกลับมาดำเนินการผลิตให้เท่าเดิมได้ทันทีแม้สงครามจะสิ้นสุดลง ทำให้ทาง บล.ลิเบอเรเตอร์ มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการดำเนินงานของ SCC โดยเฉพาะธุรกิจที่เผชิญปัญหามายาวนานอย่างปิโตรเคมีที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน

ประกอบกับโครงการอีเทนใน LSP ที่จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2570 จะยิ่งเข้ามาช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จึงคาดการณ์ว่าตลาดกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากปัจจัยบวกดังกล่าว โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมายเฉลี่ย Bloomberg consensus ประเมินไว้ที่ 203.83 บาท ขณะที่ราคาหุ้นปิดตลาดล่าสุดอยู่ที่ 214.00 บาท)

Back to top button