SET ปิดเช้าบวก 5 จุด รับแรงซื้อหุ้น Defensive ประคองตลาดสู้ปัจจัยสงคราม-น้ำมันพุ่ง

SET ปิดเช้าบวก 5 จุด ฟื้นตัวกรอบจำกัด รับแรงกดดันสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ-น้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ เม็ดเงินไหลเข้าหุ้น Defensive ประคองตลาด คาดบ่ายแกว่งตัวรอผลประชุมเฟด แนวรับ 1,400 จุด


10 หุ้นดันดัชนีเช้านี้

SET ปิดเช้าที่ 1,414.16 จุด เพิ่มขึ้น 4.81 จุด (+0.34%) ด้วยมูลค่าซื้อขายราว 26,985 ล้านบาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมามีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นภูมิภาคที่เคลื่อนไหวในแดนบวก อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนียังคงอยู่ในกรอบที่จำกัด เนื่องจากยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความคลุมเครือ

ประกอบกับมีกระแสข่าวเกี่ยวกับภาวะสงครามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา โดยประเด็นสำคัญที่สุดที่ต้องจับตาคือทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ยังคงทรงตัวอยู่เหนือระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ทั้งนี้ สาเหตุที่ตลาดหุ้นเอเชียสามารถฟื้นตัวได้ในวันนี้ มาจากมุมมองของนักลงทุนที่ประเมินว่าสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และอาจไม่มีความรุนแรงทวีคูณไปมากกว่านี้ แต่ถึงกระนั้น โอกาสที่ตลาดจะปรับตัวขึ้น (Upside) ก็ยังคงมีจำกัดจากความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

สำหรับภาวะการลงทุนในช่วงเช้า พบว่ามีเม็ดเงินไหลเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) เป็นหลัก โดยเฉพาะหุ้น ADVANC รวมถึงหุ้นที่อิงรายได้จากต่างประเทศอย่าง KCE และ MINT ซึ่งเข้ามาเป็นปัจจัยช่วยประคองตลาดเอาไว้ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาโดยตัดผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของหุ้น DELTA ออกไป จะพบว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในแดนลบเล็กน้อย

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่าย คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงแกว่งตัวเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ โดยประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้ คือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งตลาดส่วนใหญ่เก็งกำไรและคาดการณ์ว่าที่ประชุมจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี โดยให้แนวรับไว้ที่ระดับ 1,400 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ระดับ 1,420 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,055.27 ล้านบาท ปิดที่ 186.50 บาท ลดลง  2.50 บาท

PTTEP  มูลค่าการซื้อขาย 1,524.23 ล้านบาท ปิดที่ 145.50 บาท ลดลง  1.00 บาท

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,405.97 ล้านบาท ปิดที่ 371.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท

GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,383.58 ล้านบาท ปิดที่ 56.00 บาท ลดลง  0.25 บาท

DELTA  มูลค่าการซื้อขาย 1,374.29 ล้านบาท ปิดที่ 260.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท

Back to top button