
SET ไซด์เวย์…เน้นจับจังหวะสลับกลุ่มเล่น (Sector Rotation)
ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นและยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสงครามที่ยืดเยื้อ ประกอบกับ ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดมาก
ด้วยสถานการณ์เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นและยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากสงครามที่ยืดเยื้อ ประกอบกับ ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดมาก และ PMI ที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง จึงทำให้ INVX มองว่า Fed มีแนวโน้มที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี 2569
ขณะที่สัปดาห์หน้ามองปัจจัยต่างประเทศสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1) ชุดข้อมูลกิจกรรมเศรษฐกิจจีนเดือน พ.ค. (16 มิ.ย.) หลังเดือน เม.ย. อ่อนแอกว่าคาด ทั้งยอดค้าปลีกที่โตเพียง 0.2%เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ต่ำสุดในรอบ 40 เดือน และการลงทุนสินทรัพย์ถาวรที่หดตัว -1.6% โดยคาดผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยังประคองตัวได้จากการเร่งส่งออก ขณะที่การบริโภคและการลงทุนยังถูกกดดันจากภาคอสังหาฯ ทั้งนี้ หากข้อมูลอ่อนแอต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อาจกระตุ้นให้ทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม และ 2) การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ เริ่มต้นจาก BoJ (16 มิ.ย.) ซึ่ง INVX และตลาดคาด BoJ จะขึ้นดอกเบี้ย 25bps จาก 0.75% เป็น 1.00% จากท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของผู้ว่าฯ Ueda และค่าเงินเยนที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ตามด้วย FOMC (17 มิ.ย.) จะมีการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh โดย INVX และตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75%
ทั้งนี้ประเด็นสำคัญอยู่ที่ dot plot และ SEP ชุดใหม่ที่ INVX มองว่าจะ hawkish ขึ้น โดย median dot ปี 2569 มีแนวโน้มขยับจากลดได้ 1 ครั้งเป็นคงตลอดทั้งปี พร้อมปรับขึ้นคาดการณ์เงินเฟ้อจาก 2.7% และลดอัตราว่างงานลงเล็กน้อยจาก 4.4% ขณะที่คาดจะเห็น dissent มากขึ้นจากมุมมองที่ต่างกันระหว่าง Warsh กับกรรมการบางส่วน ทั้งนี้หากผลออกมาตามคาด ตลาดน่าจะทรงตัวหรือย่อลงเล็กน้อย แต่หากสัญญาณ hawkish กว่าคาด อาจกดดันให้ตลาดปรับฐานแรงได้ ขณะที่ BoE (18 มิ.ย.) ตลาดคาดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.75%
ส่วนตลาดหุ้นไทย INVX มองว่าช่วงสั้น SET แกว่งตัวในกรอบ 1,550-1,600 จุด โดยบรรยากาศลงทุนจะมีลักษณะสลับกลุ่มเล่น (Sector Rotation) หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่น ๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
- หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC, OR, PTT, PTTEP, SCCC, SIRI, TQM, TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP, BBL, FTREIT, LHSC, PTT
- หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF, GPSC, BGRIM) นิคม (WHA, AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC, BANPU, HMPRO, GLOBAL, GUNKUL)
- หุ้นเด่นไตรมาส 3/2569 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL, CPN, GULF, HANA, WHA
Trading Idea : 1) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL, CPN, GLOBAL, BEM, TRUE, BDMS 2) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนาน/เสี่ยงขึ้นดอกเบี้ย) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น (บาทอ่อนค่า) ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) 3) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัมบวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL, CPAXT, MINT, HTC, TRUE และ 4) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีพัฒนาการบวกและราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV, THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM, GPSC) ยานยนต์ (AH, SAT) และท่องเที่ยว (MINT, CENTEL)
นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team
บล. InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX