SET ปิดเช้าบวก 9 จุด รับแรงซื้อ AOT-DELTA-พลังงานหนุน บ่ายลุ้นทดสอบ 1,575 จุด

SET ปิดเช้าบวก 9.38 จุด แตะ 1,572.05 จุด มูลค่าซื้อขาย 3.36 หมื่นล้านบาท รับแรงซื้อหุ้นพลังงานและ DELTA ขณะที่ AOT ปรับขึ้นจากปัจจัยบวกด้านนโยบายภาครัฐ บล.เมย์แบงก์คาดช่วงบ่ายเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560–1,575 จุด


10 หุ้นดันดัชนีเช้านี้

วันนี้ (26 ต.ค. 2569) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,572.05 จุด เพิ่มขึ้น 9.38 จุด หรือ 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 33,574 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ต.ค. 2569) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,572.05 จุด เพิ่มขึ้น 9.38 จุด หรือ 0.60% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 33,574 ล้านบาท โดยระหว่างการซื้อขายดัชนีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1,572.77 จุด และลดลงแตะระดับต่ำสุดที่ 1,560.85 จุด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ที่เคลื่อนไหวในแดนลบ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานตามทิศทางราคาน้ำมันดิบที่ยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มดังกล่าวและช่วยหนุนดัชนีตลาดหุ้นไทย

ขณะเดียวกัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้รับแรงซื้อกลับ หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งระงับแนวคิดการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว

นอกจากนี้ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังราคาหุ้นก่อนหน้านี้ปรับตัวด้อยกว่าหุ้นในกลุ่ม (Underperform) ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาก่อนการประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ โดยนักลงทุนจะให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มเศรษฐกิจจริง (Real Sector) เพื่อประเมินทิศทางกำไรและแนวโน้มผลการดำเนินงานในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจำกัดการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทย โดยประเมิน แนวรับที่ระดับ 1,560 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,575 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

 

Back to top button