แรงขายอิเล็กฯ-บิ๊กแคป ฉุด SET ปิดดิ่ง 32 จุด ผวาคุมเข้ม AI-สงครามอิหร่าน

SET ปิดร่วง 32.29 จุด แตะ 1,465.70 จุด มูลค่าซื้อขาย 7.94 หมื่นล้านบาท รับแรงขาย DELTA-KCE ตามหุ้นเทคฯโลก กังวลสหรัฐฯคุมเข้ม AI และความไม่แน่นอนสงครามอิหร่าน โบรกชี้สัปดาห์หน้าลุ้นรีบาวด์ ให้แนวรับ 1,460 จุด


10 หุ้นกดดัชนีวันนี้

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายวันนี้ (6 พ.ย. 2569) ที่ระดับ 1,465.70 จุด ลดลง 32.29 จุด หรือ 2.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79,435.65 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายวันนี้ (6 พ.ย. 2569) ที่ระดับ 1,465.70 จุด ลดลง 32.29 จุด หรือ 2.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 79,435.65 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน และปรับตัวลดลงแรงขึ้นในช่วงบ่าย ทำระดับสูงสุดที่ 1,483.20 จุด และต่ำสุดที่ 1,461.08 จุด 

นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงอย่างหนักตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของสหรัฐอเมริกา หลังพรรคเดโมแครตได้รับเสียงข้างมากทั้งสองสภาจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ทำให้ตลาดกังวลว่าอาจมีการออกกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดและชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี AI

ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนประเมินว่า ความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) อาจชะลอตัวลง และกระทบต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เคยคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญแรงขายอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันดัชนี ก่อนแรงขายจะขยายตัวไปยังหุ้นกลุ่มอื่นเกือบทุกอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังมีความเสี่ยงต่อการยกระดับความรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินมาตรการทางทหารของสหรัฐฯ เนื่องจากแม้พรรครีพับลิกันจะสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีอำนาจฝ่ายบริหาร ทั้งด้านการทหารและนโยบายภาษี ส่งผลให้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงดังกล่าวยังส่งผลต่อความผันผวนของหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เนื่องจากนักลงทุนไม่สามารถประเมินทิศทางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้อย่างชัดเจน จึงมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงและปรับพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ปิดที่ 177.00 บาท ลดลง 10.00 บาท หรือ 5.35% มูลค่าซื้อขาย 7,016.39 ล้านบาท
  2. KCE ปิดที่ 58.25 บาท ลดลง 8.00 บาท หรือ 12.08% มูลค่าซื้อขาย 6,681.72 ล้านบาท
  3. PTT ปิดที่ 38.25 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.92% มูลค่าซื้อขาย 3,760.56 ล้านบาท
  4. TRUE ปิดที่ 12.90 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 3.01% มูลค่าซื้อขาย 3,414.73 ล้านบาท
  5. GULF ปิดที่ 61.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ 2.00% มูลค่าซื้อขาย 3,357.08 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า นายณรงค์เดชประเมินว่า ดัชนียังคงมีแนวโน้มผันผวนตามปัจจัยต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังตลาดปรับตัวลดลงค่อนข้างลึกและเริ่มรับรู้ปัจจัยเสี่ยงไปบางส่วนแล้ว อาจมีโอกาสเกิดการฟื้นตัวทางเทคนิค (Technical Rebound) ในระยะสั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนต้องติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยหากตัวเลขออกมาสูงกว่าตลาดคาด อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ตัวเลขต่ำกว่าคาดอาจช่วยลดแรงกดดันด้านนโยบายการเงินและเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น

โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET ในสัปดาห์หน้า มีแนวรับที่ระดับ 1,460 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,485 จุด

Back to top button