แรงขายอิเล็กฯ-บิ๊กแคป ฉุด SET ปิดเช้าร่วง 24 จุด จับตา “ทรัมป์” ถกแผนโจมตีอิหร่าน

SET ปิดเช้าร่วง 24.14 จุด แตะ 1,473.85 จุด มูลค่าซื้อขาย 4.31 หมื่นล้านบาท รับแรงขายหุ้นอิเล็กฯ-บิ๊กแคป หลังตลาดกังวลสหรัฐฯ คุมเข้ม AI-Data Center จับตา “ทรัมป์” ประชุมทีมความมั่นคงฯ หารือทางเลือกโจมตีอิหร่านรอบใหม่ โบรกให้แนวรับ 1,470 จุด


10 หุ้นกดดัชนีเช้านี้

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (6 พ.ย. 2569) ที่ระดับ 1,473.85 จุด ลดลง 24.14 จุด หรือ 1.61% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 43,131 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (6 พ.ย. 2569) ที่ระดับ 1,473.85 จุด ลดลง 24.14 จุด หรือ 1.61% ด้วยมูลค่าการซื้อขายประมาณ 43,131 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า ทำระดับสูงสุดที่ 1,483.20 จุด และต่ำสุดที่ 1,472.75 จุด

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยได้รับแรงกดดันหลักจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดโลก หลังนักลงทุนเกิดความกังวลว่าสหรัฐอเมริกาอาจเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายหลังพรรคเดโมแครตได้รับเสียงข้างมากในทั้งสองสภาจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน ส่งผลให้นักลงทุนยังคงอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) โดยมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงและปรับสัดส่วนการลงทุนในพอร์ต กดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงตลอดช่วงเช้า

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ต้องติดตาม หลังสำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Axios สื่อสหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับคณะที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ณ ทำเนียบขาว เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาทางเลือกในการดำเนินมาตรการต่ออิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ในการเปิดปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่ โดยระบุว่าจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการในเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่า หากสามารถหลีกเลี่ยงได้ สหรัฐฯ ไม่ประสงค์สร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ในบางสถานการณ์อาจมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการทางทหาร พร้อมระบุว่าทุกฝ่ายจะได้รับทราบการตัดสินใจดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้

รายงานของ Axios ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างพิจารณาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ แนวทางแรก การยกระดับปฏิบัติการทางทหาร โดยอาจเปิดการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อจำกัดศักยภาพด้านนิวเคลียร์และเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Roosevelt ซึ่งมีกำหนดเข้าประจำการในภูมิภาค ยังคงอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์จนถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ทำให้มีการประเมินว่าปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่อาจยังไม่เกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาดังกล่าว

แนวทางที่สอง การเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ อาจคงมาตรการปิดล้อมทางทะเล ควบคู่กับการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างเข้มงวด เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ โดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงในระยะนี้

ส่วน แนวทางที่สาม การบรรลุข้อตกลงทางการทูต โดยสหรัฐฯ อาจพิจารณาข้อเสนอประนีประนอมจากรัฐบาลอิหร่าน ผ่านการเจรจาเร่งด่วนที่มีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดและป้องกันการยกระดับความขัดแย้ง

สำหรับข้อเสนอของกาตาร์แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล พร้อมพิจารณาปลดอายัดทรัพย์สินบางส่วนของอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลอิหร่านต้องอนุญาตให้คณะผู้ตรวจสอบด้านนิวเคลียร์ระหว่างประเทศเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เคยได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ

ส่วนระยะที่สอง อิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์สามารถสัญจรผ่านได้อีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาเกี่ยวกับการจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง เพื่อแสวงหาข้อตกลงระยะยาวในการลดความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค

รายงานดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการบรรลุข้อตกลงที่สะท้อนความสำเร็จของนโยบายสหรัฐฯ อย่างเป็นรูปธรรม โดยยังคงเปิดทางให้กระบวนการทางการทูต ขณะที่การใช้กำลังทหารยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งหากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ มีการประเมินว่ากาตาร์อาจมีเวลาประมาณ 10 วันในการผลักดันข้อเสนอให้เกิดความคืบหน้า ก่อนที่สหรัฐฯ จะพิจารณาดำเนินมาตรการขั้นต่อไป

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. KCE ปิดที่ 62.25 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 6.04% มูลค่าซื้อขาย 3,964.56 ล้านบาท
  2. DELTA ปิดที่ 179.50 บาท ลดลง 7.50 บาท หรือ 4.01% มูลค่าซื้อขาย 3,305.56 ล้านบาท
  3. TRUE ปิดที่ 12.90 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 3.01% มูลค่าซื้อขาย 2,318.95 ล้านบาท
  4. PTT ปิดที่ 39.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 2,157.35 ล้านบาท
  5. GULF ปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.20% มูลค่าซื้อขาย 1,795.59 ล้านบาท

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่าย นายชัยพรประเมินว่า ดัชนีมีโอกาสแกว่งตัวในแดนลบต่อเนื่อง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและแรงขายลดความเสี่ยงของนักลงทุน โดยประเมินแนวรับที่ระดับ 1,470 จุด และแนวต้านที่ระดับ 1,490 จุด

Back to top button