พาณิชย์ เผยส่งออกเดือนต.ค.โต 13.1% นำเข้าโต 13.5% เกินดุล 214.4 ล้านดอลล์

พาณิชย์ เผยส่งออกเดือนต.ค.โต 13.1% นำเข้าโต 13.5% เกินดุล 214.4 ล้านดอลล์


น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนต.ค. 60 โดยการส่งออกมีมูลค่า 20,083 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 13.1% ขณะที่การนำเข้า ต.ค.60 มีมูลค่า 19,868 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 13.5% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 214.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ส่งผลให้ในช่วง 10 เดือนของปี 60 (ม.ค.-ต.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 195,518 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 9.7%, นำเข้ามีมูลค่า 183,072 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 14.6% ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 12,445 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ มั่นใจว่าภาพรวมการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้มากกว่า 8% อย่างแน่นอน และมีลุ้นที่จะเห็นโตได้ 9-10%

การส่งออกของไทยในเดือน ต.ค.60 ที่เติบโตได้ในระดับ 13.1% นั้น เป็นการขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และถือว่าเป็นการเติบโตของการส่งออกอย่างแท้จริง เนื่องจากเมื่อหักมูลค่าการส่งออกทองคำ และน้ำมันแล้ว การส่งออกในเดือนต.ค.ก็ยังเติบโตได้ในระดับสูงที่ 12.5%

“เมื่อหักมูลค่าการส่งออกทองคำ และน้ำมันออกไปแล้ว การส่งออกในเดือนต.ค.นี้ก็ยังโตได้ถึง 12.5% ถือเป็นการส่งออกที่แท้จริง เพราะไม่มีสินค้าที่เป็นตัวผันแปรเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก” ผู้อำนวยการ สนค.ระบุ

ทั้งนี้ การส่งออกในเดือนต.ค.60 ขยายตัวได้ดีในทุกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดเอเชียใต้ สหภาพยุโรป และจีน ในขณะที่การส่งออกรายสินค้ามีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะยางพาราและผลิตภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง, อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป, ผักผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป, ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป โดยเป็นการขยายตัวจากด้านปริมาณเป็นสำคัญ ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยสินค้าที่มีการขยายตัวในระดับสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง, น้ำมันสำเร็จรูป, เคมีภัณฑ์, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวด้วยว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี 60 คาดว่าจะยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์, น้ำมัน, อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูป โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของปริมาณการค้าโลก และราคาน้ำมันดิบ พร้อมมองว่าในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ (พ.ย.-ธ.ค.60) หากการมีมูลค่าการส่งออกต่อเดือนที่ระดับ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็จะมีโอกาสช่วยให้การส่งออกของไทยปีนี้เติบโตได้แตะระดับ 10% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2.36 แสนล้านดอลลาร์

“ล่าสุด การส่งออกรวม 10 เดือน ก็โตได้ถึง 9% แล้ว หากช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีสามารถส่งออกได้ที่มูลค่า 19,000-20,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ก็จะทำให้มูลค่าการส่งออกทั้งปีโตได้ถึงระดับ 10% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 54” น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

พร้อมระบุว่า จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่านั้น เชื่อว่าในระยะสั้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในปีนี้ และมองว่าทิศทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะช่วยลดแรงกดดันกรณีเงินบาทแข็งค่าลงได้ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในปีนี้เงินบาทจะไม่แข็งค่าลงไปต่ำกว่า 32 บาท/ดอลลาร์

ส่วนแนวโน้มการส่งออกในปี 61 นั้น จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ามูลค่าการส่งออกจะเติบโตได้มากกว่า 5% อย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะขอพิจารณาสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงปลายปีนี้ก่อนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแน่นอนตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ เนื่องจากมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งรอพิจารณาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากมีผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

Back to top button