
“พาณิชย์” เผยเงินเฟ้อปี 68 ลด 0.14% ธ.ค.ติดลบ 9 เดือนต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์ เผย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปี 2568 ลดลง 0.14% จากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ขณะที่เงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2568 ยังคงติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 พร้อมคาดปี 2569 อยู่ในกรอบ 0.0–1.0%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (7 ม.ค.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 100.19 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงร้อยละ 0.28 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยังอยู่ในแดนติดลบ แต่เป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัวจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งลดลงร้อยละ 0.49
ปัจจัยสำคัญที่กดดันเงินเฟ้อในเดือนดังกล่าว มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งราคาปรับลดลงร้อยละ 1.43 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน อาทิ ค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมถึงผลจากการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล
นอกจากนี้ ราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยังปรับลดลงจากการแข่งขันด้านการตลาดของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 1.53 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของราคาผักสด อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงปลาและสัตว์น้ำบางชนิด ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคายังคงมีอยู่ในบางกลุ่มสินค้า
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมอาหารสดและพลังงาน อยู่ที่ร้อยละ 0.59 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 ลดลงร้อยละ 0.14 โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิงและค่ากระแสไฟฟ้า ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก รวมถึงมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ ขณะเดียวกัน ราคาผักสดและผลไม้สดปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาของใช้ส่วนบุคคลที่ลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ดี ยังมีสินค้าสำคัญบางกลุ่มปรับราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องประกอบอาหาร ขณะที่เงินเฟ้อในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลงร้อยละ 0.52 และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลงร้อยละ 0.02
สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง อยู่ในช่วงร้อยละ -0.5 ถึง 0.0 (ค่ากลางร้อยละ -0.25) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอุปสงค์ทางเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการเลือกตั้ง
ขณะที่ทั้งปี 2569 กระทรวงพาณิชย์คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาอยู่ในกรอบร้อยละ 0.0–1.0 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก การแข็งค่าของเงินบาท การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

