มอง SET ย้อนกลับไปโฟกัสเศรษฐกิจมหภาค

ภาพตลาดหุ้นไทย InnovestX มองว่า SET จะแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Down โดยหลังสิ้นสุดการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/65 แล้ว


InnovestX มองว่าภาพเศรษฐกิจการลงทุนในปัจจุบันมีความเสี่ยงมากขึ้นใน 3 จุด อันได้แก่

(1) ภาพเศรษฐกิจโลกที่ในภาพรวมดูเหมือนจะดูดีขึ้นจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (Flash Composite PMI) ในเดือน ก.พ. ที่ปรับเพิ่มขึ้น แต่หากในรายละเอียดจะพบว่าเป็นการฟื้นตัวของภาคบริการเป็นหลัก ขณะที่ภาคการผลิตยังคงหดตัว ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) ซึ่งจากการติดตามของ InnovestX พบว่า 30 ใน 42 ประเทศ ดัชนีมีทิศทางชะลอลงหรือหดตัวมากขึ้น

(2) เงินเฟ้อเริ่มมีทิศทางสูงขึ้นและ/หรือชะลอลงน้อยกว่าคาด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นในเดือน ม.ค. และส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อราคาที่เพิ่มขึ้น (Wage-price spiral) และบางส่วนอาจเป็นเพราะความคาดหวังนโยบายการเงินที่จะผ่อนคลายขึ้น ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรผ่อนคลายลง ซึ่งเป็นการเพิ่มสภาพคล่องทางอ้อม ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น (Higher for longer) และนำไปสู่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยในระยะถัดไป

(3) ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เริ่มสูงขึ้นหลัง ปธน. ไบเดนเยือนยูเครนโดยไม่บอกล่วงหน้า ในโอกาสครบรอบ 1 ปี สงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่ ปธน. ปูตินประกาศยกเลิกสนธิสัญญานิวเคลียร์ที่ทำกับสหรัฐฯ ด้านที่ปรึกษาการต่างประเทศ ปธน.สี จิ้นผิงประกาศพร้อมยกระดับความร่วมมือกับรัสเซียหลังเข้าพบ ปธน. ปูติน บ่งชี้จีนเริ่มเพิ่มน้ำหนักในประเด็นการต่างประเทศมากขึ้นหลังจากมีประเด็นเรื่องบอลลูนสอดแนมกับสหรัฐฯ ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นและกดดันการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะต่อไป

ส่วนภาพตลาดหุ้นไทย InnovestX มองว่า SET จะแกว่งตัวในลักษณะ Sideway Down โดยหลังสิ้นสุดการประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/65 แล้ว คาดตลาดจะกลับไปโฟกัสเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น ซึ่งน่าจะยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น รวมทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนแนะนำ Selective Buy” ในธีมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเน้นรอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ไม่ไล่ราคา ดังนี้

  1. หุ้นที่คาดผลบวกเชิงจิตวิทยาและอานิสงส์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงเลือกตั้ง เลือก กลุ่มสื่อBEC, MAJOR และกลุ่มค้าปลีก CPN, HMPRO
  2. หุ้นปันผลที่มีคุณภาพดี โดยเน้นจ่ายปันผลต่อเนื่อง 20 ปีขึ้นไป คาดให้ Yield (หลังหักจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว) ปี 65 สูงเกิน 4% และปี 66 คาดDiv. Yield ดีขึ้นหรือใกล้เคียงเดิม อีกทั้งปี 66 ผลประกอบการยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งราคาหุ้นยังมี Upside เกิน 15% เลือก KTB, KKP และ AP

ขณะที่ช่วงสั้นหุ้นแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังการลงทุนสำหรับ

  1. หุ้นที่คาดเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ได้แก่ AOT, KBANK, PTTEP, EA, TIDLOR
  2. หุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/66 คาดยังหดตัวต่อเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า ได้แก่ GFPT, TCAP, BTS, ASP, MST

ดัชนี Flash Service PMI ฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในเดือน ก.พ.

Back to top button