
วิบากกรรมโรงกลั่น
วงนี้ ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสจากการบริโภคน้ำมันราคาแพง แต่โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทพลังงานอย่างปตท.กลับทำกำไรกันอย่างงดงามในงบฯ ไตรมาส 1 ที่ผ่านมานี้
วงนี้ ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัสจากการบริโภคน้ำมันราคาแพง แต่โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทพลังงานอย่างปตท.กลับทำกำไรกันอย่างงดงามในงบฯ ไตรมาส 1 ที่ผ่านมานี้
นักการเมืองทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ก็ฉวยโอกาสหาเสียง โดยวาดภาพโรงกลั่นเป็นยักษ์เป็นมาร ที่หากินบนคราบน้ำตาประชาชน บางคนเคยเป็นถึงเสนาบดีและรู้ทั้งรู้เรื่องตลาดทุนดี ก็ยังออกมาขยี้แผลโรงกลั่นกำไรอู้ฟู่กว่า 900%
ยุส่งให้รัฐบาลเก็บภาษีลาภลอยมันซะเลย
ส่วนทางฝ่ายรัฐบาลก็ได้ที ฉวยโอกาสที่ค่าการกลั่นสูงขึ้นมามาก ประกาศลงโทษโรงกลั่นฐานได้ “ลาภลอย” โดยสั่งลดราคา “หน้าโรงกลั่น” น้ำมันดีเซลมันซะเลย 3 รอบ รวมกันแล้วตกลิตรละ 10 บาท
ไม่รู้ว่า หากสถานการณ์ราคาน้ำมันเปลี่ยนไปเป็นขาลง ค่าการกลั่นติดลบ รัฐบาลจะคืนความยุติธรรมให้โรงกลั่นเขาหรือไม่
ผมว่ากำไรที่ดุเดือดของโรงกลั่นและบริษัทพลังงานในเวลานี้ มันเป็นภาพลวงตานะครับ!
ผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ไทยออยล์ กวาดกำไร 1.9 หมื่นล้านบาท แต่เป็นกำไรจากสต๊อกน้ำมันหรือ “สต๊อก เกน” ที่คิดคำนวณจากราคาตลาด (มาร์ค ทู เดอะ มาร์เก็ต) ณ ขณะนั้นถึง 1.6 หมื่นล้านบาท
ซึ่งราคา “สต๊อก เกน” มันไม่จิรังนะครับ อาจจะเป็น “สต๊อก ลอส” ในไตรมาสหน้า หากสงครามสงบก็เป็นไปได้ วิธีการบันทึกบัญชี เขาก็คิดตามหลักราคาตลาด ณ ขณะนั้น อันนี้พวกที่เคยเป็นเจ้าของโบรกเกอร์ก็น่าจะเข้าใจดีกว่าใครนะครับ
ฉะนั้นจะดู “สต๊อก เกน” หรือ “สต๊อกลอส” ก็ต้องยึดถือเอาราคาเฉลี่ยถึงสิ้นปีครับ
ตัวอย่างจากปตท.ที่ประกาศกำไร Q1 ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท ก็น่ากลัวมากนะครับ เพราะเป็นกำไรจาก
“Stock Gain” ถึง 4.6 หมื่นล้านบาท นั่นแสดงว่าอะไร?
นั่นก็แสดงว่า หากไม่นับกำไรสต๊อก ซึ่งต้องรอคำนวณไปถึงสิ้นปี ผลประกอบการปกติในด้านอื่น ๆ จะขาดทุนไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท ต้องขอภาวนาให้เวลาข้างหน้าไปจนถึงสิ้นปี ปตท.ยังคงมีสต๊อก เกนสูงดีอยู่นะครับ
หากเมื่อไหร่ ปตท.รัฐวิสาหกิจหมายเลข 1 ของประเทศ เกิดผลดำเนินงานขาดทุนขึ้นมา คงดูไม่จืด!
กรณีของบางจากฯ หรือ BCP ก็เช่นกัน ประกาศกำไรสุทธิ 6,144 ล้านบาท แต่กำไรหลักเกิดจาก “สต๊อก เกน” ตามวิธีคำนวณตามราคาตลาดถึง 8,299 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ใช่กำไรแท้จริง ต้องรอไปถึงสิ้นปี
ก็ขอภาวนาให้บางจากฯ โชคดีมีกำไรเช่นเดียวกับปตท.นะ
ในโลกแห่งความเป็นจริงของ 3 โรงกลั่น คือ BCP TOP-ไทยออยล์ และ SPRC ของเชฟรอน 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 2566-67-68 ต่างก็ขาดทุนสต๊อกน้ำมันกันมาถ้วนทั่วทุกปี
รวม ๆ กันแล้วก็กว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ต้องหารายได้จากทางอื่นเช่นค่าการกลั่น จากธุรกิจจำหน่ายปลีก หรือรายได้จากบริษัทลูกมาจุนเจือกันไป
อย่ารุมทึ้งโรงกลั่น เพราะภาพมายาที่กำไรจากสต๊อก เกนกันนักเลย