‘เวียดนาม’ เติมต้นน้ำอุตสาหกรรมชิป.!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “เอ็ดเวิร์ด สติฟเฮาท์” รองประธานกรรมการ ASML เข้าพบหารือกับ “ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ” นายกรัฐมนตรีเวียดนาม หมุดหมายดังกล่าวถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “เอ็ดเวิร์ด สติฟเฮาท์” รองประธานกรรมการ ASML Holding (ASML) บริษัทผู้ผลิต “เครื่องผลิตชิป” รายใหญ่ของโลก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1984 สัญชาติเนเธอร์แลนด์ เข้าพบหารือกับ “ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ” นายกรัฐมนตรีเวียดนาม หมุดหมายดังกล่าวถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

การหารือครั้งนี้ผู้บริหาร ASML แสดงความสนใจขยายห่วงโซ่อุปทานเข้ามายังเวียดนาม และไม่ได้มองเวียดนามเป็นเพียงฐานการผลิตเท่านั้น แต่ว่ามีแผนการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรเฉพาะทาง เพื่อสร้างระบบนิเวศการทำงานที่ครบวงจรอีกด้วย

โดยตั้งเป้าจัดตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลและจัดหาอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงแก่กลุ่มลูกค้าในเวียดนาม ถือเป็นการยืนยันว่า “เวียดนามมีศักยภาพเพียงพอจะรองรับเทคโนโลยีที่ซับซ้อนสุดระดับโลกได้”

ฝ่าม มิงห์ จิ๊ญ” ระบุว่า เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุการเติบโตของจีดีพีระดับเลข 2 หลัก เพื่อก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2045

ทำให้รัฐบาลเวียดนาม เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีให้ทันสมัยที่สุด เพื่อให้สอดรับกับมาตรฐานสูงในภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายด้านนวัตกรรมต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการลงทุน

มีการร้องขอให้ ASML ช่วยเร่งรัดการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา และช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงธุรกิจท้องถิ่นของเวียดนามเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ ASML เพื่อให้บริษัทเวียดนาม มีการเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีชั้นสูง

พร้อมกันนี้รัฐบาลเวียดนาม เสนอให้ ASML ช่วยผลักดันโครงการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ และการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนเวียดนาม เพื่อสร้าง “กองทัพบุคลากร” ที่มีความพร้อมในอุตสาหกรรมชิป

สำหรับเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศอุตสาหกรรมชิป ที่พร้อมสุดในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการลงทุนสร้างโรงงานของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Samsung, Intel และ Nvidia

ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติเวียดนามเอง เช่น Viettel, FPT และ VSAP Lab มีความพร้อมและศักยภาพสูงในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่มทุนต่างชาติ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ

เป้าหมายเวียดนาม ไม่ได้หวังเพียงการลงทุนต่างจากชาติเท่านั้น แต่นี่คือก้าวย่างที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศสู่ระดับสากลอีกด้วย

ขณะที่ที่รัฐบาลมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์ผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเวียดนามและช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง

ความพยายามเดินหน้าสู่ “ธุรกิจต้นน้ำอุตสาหกรรมชิป” ครั้งนี้ ถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศต่อเทคคอมพานีชั้น สูงของโลก บนภาคพื้นภูมิภาคอาเซียนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง..!!

Back to top button