
ส.อ.ท. เปิด “ดัชนีเชื่อมั่น” ธ.ค.68 เหลือ 88.2 เหตุ “บาทแข็ง-เศรษฐกิจผันผวน”
ส.อ.ท.เปิดเผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนธันวาคม 2568 ปรับลดเหลือ 88.2 จากแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าและความผันผวนทางเศรษฐกิจ พร้อมเสนอรัฐเพิ่มบทบาทเอสเอ็มอีผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 ม.ค.69) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนธันวาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 88.2 ลดลงจาก 89.1 ในเดือนพฤศจิกายน 2568 สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงมีสาเหตุหลักจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ชะงักลง ประกอบกับความกังวลต่อความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐภายหลังการประกาศยุบสภา โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เฟส 2 รวมถึงการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐอเมริกา
ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตชะลอตัวหลังมีการเร่งผลิตในช่วงก่อนหน้า รวมถึงจำนวนวันทำงานที่ลดลงในช่วงเทศกาลปลายปี ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มชะลอตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก อาทิ จีน ญี่ปุ่น และกลุ่มอาเซียน นอกจากนี้ สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ยังส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมกลางแจ้งและสุขภาพของประชาชน
อีกปัจจัยสำคัญคือ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ประกอบกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายและสภาพคล่องในประเทศ ส่งผลให้รายได้ผู้ส่งออกลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น กระทบต่อภาคการท่องเที่ยวโดยรวม
อย่างไรก็ตาม เดือนธันวาคม 2568 ยังมีปัจจัยบวกช่วยพยุงเศรษฐกิจจากการเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี และการเร่งใช้จ่ายภายใต้โครงการคนละครึ่ง พลัส ก่อนสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ช่วยหนุนการบริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคช่วงปลายปี
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.50% เป็น 1.25% ต่อปี ช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือน ขณะที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันดีเซลลง 20 สตางค์ต่อลิตร และผู้ประกอบการบางรายปรับลดราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินลง 50 สตางค์ต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ช่วยลดต้นทุนและค่าครองชีพ
พร้อมกันนี้ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ อาทิ เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เงินช่วยเหลือชาวนา และเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ยังมีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อในระยะสั้นได้ในระดับหนึ่ง
ส.อ.ท.เสนอให้ภาครัฐดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อลดแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยติดตามและยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เงินทุนเคลื่อนย้าย ตลาดทองคำ และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อลดการเก็งกำไรและความผันผวน
นอกจากนี้ เสนอให้เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปที่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ผ่านการสนับสนุนเงินทุน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค การจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
พร้อมกันนี้ เสนอให้เพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างจากเอสเอ็มอี (SMEs) ผ่านระบบ e-GP เป็น 50% และกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มบทบาทเอสเอ็มอีในระบบเศรษฐกิจ

