
ส่อง 11 แบงก์ โกยกำไรปี 68 แตะ 2.65 แสนล้านบาท ชู LHFG โตสุด 40%
เปิดงบ "แบงก์” 11 แห่ง พบภาพรวมกำไรสุทธิปี 68 แตะ 2.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน มีกำไรสุทธิ 2.56 แสนล้านบาท โดย LHFG โต 40% ขณะที่ KKP โต 17%
“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ทำการรวบรวมข้อมูลผลประกอบการปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.68 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์จำนวน 11 แห่ง ซึ่งได้ออกมาครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อย พบว่าภาพรวมกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั้ง 11 แห่ง พบว่าช่วงปี 2568 มีกำไรสุทธิรวม 265,397.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 256,097.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่มีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น และมีการตั้งสำรองหนี้ลดลง
ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกไปยังผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง พบว่า ธนาคารมีกำไรสุทธิปี 2568 เติบโตเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ LHFG, KKP, CREDIT, SCB, BAY, KTB และ BBL
บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG รายงานผลการดำเนินงานในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 2,885.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.98% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2,046.99 ล้านบาท มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 13,595.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.20% เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 13,176.20 ล้านบาท ขณะเดียวกันรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการอยู่ที่ 1,128.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.80% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนอยู่ที่ 991.50 ล้านบาท
นอกจากนี้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2568 อยู่ที่ 666.60 ล้านบาท ลดลง 49.9% จากปีก่อนที่มีการตั้งสำรองสูงถึง 1,329.90 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยงที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลการดำเนินงานในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 5,912.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.54% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 5,030.75 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการขายรถยึด ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่ปรับลดลง ตามสถานการณ์คุณภาพสินเชื่อที่ปรับตัวดีขึ้น
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิเติบโตทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,016.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 22.3 สะท้อนถึงการบริหารการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวังและคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานผลประกอบการของปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ในปี 2567 และจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 31,738.44 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 29,699.75 ล้านบาท โดยกำไรปี 2568 เพิ่มขึ้น 6.86% เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหลักมาจากกําไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน TIDLOR จากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจากร้อยละ 30.18 เป็นร้อยละ 46.51 ในครึ่งหลังของปี 2568 ตอกยํ้ สถานะของธนาคารในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่
อีกทั้งการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปี 2568 อยู่ที่ 5,1787 ล้านบาท เติบโต 14.1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 45,385 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 108,533 ล้านบาท เติบโต 0.6% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 107,894 ล้านบาท
นอกจากนี้การตั้งสำรองปี 2568 อยู่ที่ 43,790 ล้านบาท ลดลง 4.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 45,782 ล้านบาท สะท้อนการบริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 48,228.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 46,153.48 ล้านบาท สะท้อนประสิทธิภาพ และผลิตภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่การบริหารพอร์ตสินเชื่อและ Business Mix อย่างรอบคอบ รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ส่งผลให้สินเชื่อรวมยังคงขยายตัวร้อยละ 0.5 จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อภาครัฐ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการชำระคืนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลประกอบการปี 2568 มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากปีก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน พร้อมกันนี้มีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์และการกระจายแหล่งที่มาของรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของการเติบโตของสินเชื่อ ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.75
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 49,564.77 ล้านบาท ลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 49,603.54 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 137,152 ล้านบาท ลดลง 10,852 ล้านบาท หรือ 7.33% จากการลดลงของเงินให้สินเชื่อจำนวน 16,524 ล้านบาท หรือ 12.03% สอดคล้องกับภาวะอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างปี เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้แก่ลูกค้า รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว
บริษัททหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 มีกำไรสุทธิ 20,639.42 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.86 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21,031.03 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ดี รายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนยังคงเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการบริหารโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืม ซึ่งช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 68 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,658.90 ล้านบาท ลดลงจำนวน 242.38 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับปี 2567 สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ ร้อยละ 1.0 ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ตามแผนการตั้งสำรองกลับสู่ระดับปกติและรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยัง เปราะบาง
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT รายงานผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 2,257.3 ล้านบาท ลดลงจำนวน 594.8 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบกับผลกำไรสุทธิของปี 2567 สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงานร้อยละ 8.8 และการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครติดที่คาดว่าจะเกิดขึ้นร้อยละ 34.3 สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานร้อยละ 17.2


