
GULF ผนึก Google พลิกโฉมดิจิทัลไทย ปูพรมโครงสร้างพื้นฐาน AI-Cloud เต็มรูปแบบ
GULF เดินหน้าธุรกิจดิจิทัล ผ่านบริษัทย่อย Gulf Edge ลงนามความร่วมมือ Google ศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และ AI ในไทย รองรับ Sovereign AI และขยายบริการเชิงพาณิชย์ในอนาคต
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทมีนโยบายลงทุนและพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และบริการคลาวด์ ผ่านบริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 บริษัท กัลฟ์ เอดจ์ จำกัด ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Framework Agreement) กับ Google Asia Pacific Limited (Google) เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชั่นด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์ การวิเคราะห์ข้อมูล และโซลูชั่น AI ขั้นสูง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบริษัทและบริษัทในเครือสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของกลุ่มบริษัทในการต่อยอดธุรกิจเดิม และพัฒนาโซลูชั่น AI ใหม่ ๆ เพื่อใช้งานภายในกลุ่มบริษัท รวมถึงรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรในประเทศไทย อาทิ ภาคการเงิน การแพทย์ โทรคมนาคม และหน่วยงานภาครัฐ โดยจะช่วยส่งเสริมการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และสนับสนุนการพัฒนา AI ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภายในประเทศ (Sovereign AI)
บริษัทระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มบริษัทและอุตสาหกรรมดิจิทัลของประเทศไทย โดยจะมีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัย สามารถรองรับการขยายตัวในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน AI เพื่อให้สามารถนำโซลูชั่นไปประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ มีเป้าหมายในการพัฒนาและให้บริการเชิงพาณิชย์ทั้งสำหรับลูกค้าองค์กร (B2B) และผู้บริโภคทั่วไป (B2C) โดยอาศัยประโยชน์จากโมเดล Gemini ของ Google รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจด้วยเทคโนโลยี Agentic AI โดยตัวอย่างความร่วมมือ ได้แก่ การพัฒนา Sovereign Cloud สำหรับภาครัฐ การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคม ระบบธนาคารไร้สาขา (Virtual Banking) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร และการออกแบบโซลูชั่น AI ที่สามารถนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ชัดเจน สามารถวัดผลได้
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย โดยกลุ่มบริษัท GULF มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและบริหารโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงศูนย์ข้อมูลที่รองรับการประมวลผลด้าน AI และโครงข่ายโทรคมนาคมที่ทันสมัย ขณะที่ Google Cloud เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
บริษัทเชื่อว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัท และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว

