GPI เด่นรับไฮซีซั่น Motor Show ปลุกกำไรปี 69

ปกติในช่วงไตรมาส 1 ของทุกปี จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของ GPI เนื่องจากมีการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์”


คุณค่าบริษัท

ปกติในช่วงไตรมาส 1 ของทุกปี จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI เนื่องจากมีการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” หรือ Bangkok International Motor Show ช่วงปลายมีนาคมถึงต้นเมษายนของทุกปี ซึ่งถือเป็นอีเวนต์ใหญ่ที่สร้างรายได้และกำไรอย่างมากให้ GPI

สำหรับการจัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ในปี 2569 เป็นการจัดงานครั้งที่ 47 ภายใต้ธีม THE ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” โดยมีกำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ที่น่าจับตา มีรายงานว่าขณะนี้มีผู้แสดงความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยมีผู้ประกอบการยานยนต์จากยุโรปและเอเชีย ตอบรับจองพื้นที่จัดแสดงยานยนต์ล่วงหน้าแล้วกว่า 50 ราย ส่งผลให้มียอดจองพื้นที่ล่วงหน้าเต็มเกือบ 100% โดยในจำนวนนี้มีบริษัทอย่างน้อย 7 บริษัทที่เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก และยังมีลูกค้าอีก 4 แบรนด์ที่แสดงความประสงค์ขอใช้พื้นที่จัดแสดงสินค้า ซึ่งอยู่ระหว่างรอการจัดสรรพื้นที่จากผู้จัดงาน

เบื้องต้น คาดว่ารายได้จากการจัดงานครั้งนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2569

ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปี 2568 GPI รายงานกำไรสุทธิที่ 144.75 ล้านบาท ลดลง 1.91% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 147.56 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการ 775.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้จากการขายและบริการ 704.15 ล้านบาท

สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการจัดแสดงงาน Bangkok International Motor Show (BIMS) ครั้งที่ 46 ซึ่งในปี 2568 มีลูกค้าสนใจร่วมออกแสดงงานเพิ่มมากขึ้น และมีการขยายพื้นที่จัดงานเพิ่มอีก 1 Hall และรายได้จากการจัดงาน Amazing Thailand-Pattaya BWF World Senior Championships  2025 และงาน Fan Me

ที่จริงผลงานในช่วง 9 เดือนของปี 2568 ทั้งรายได้และกำไรสูงกว่าทั้งปี 2567 ที่มีรายได้รวม 785.22 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 144.67 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 มักเป็นไตรมาสที่ผลประกอบการของ GPI ไม่สู้ดี ซึ่งต้องจับตาว่า ไตรมาส 4/2568 จะมีผลขาดทุนหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม GPI ยังมีจุดเด่นตรงที่เป็นหุ้นที่มีอัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนอยู่ในระดับสูง ล่าสุดดิวิเดนด์ยีลด์อยู่ที่ 10.49%

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) ปัจจุบันราคาหุ้น GPI ซื้อขายกันที่ P/E ระดับ 9.47 เท่า เทียบกับ P/E ตลาดโดยรวมที่ระดับ 16.18 เท่า ถือว่าราคาซื้อขายต่ำกว่าตลาดมาก อย่างไรก็ตาม ถ้าดู P/BV ที่ระดับ 1.23 เท่า ก็ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยตลาดที่ปัจจุบันซื้อขาย P/BV เฉลี่ยที่ 1.24 เท่า

Back to top button