
5 หุ้นเสี่ยงถูกขายต่อ?
สุดท้ายการเคลื่อนตัวของดัชนีไทยก็เหมือนกับช่วงเดือน ต.ค. ปี 68 ซึ่งตอนนั้นตลาดหุ้นไทยถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทนพรรคเพื่อไทย
สุดท้ายการเคลื่อนตัวของดัชนีไทยก็เหมือนกับช่วงเดือน ต.ค. ปี 68 ซึ่งตอนนั้นตลาดหุ้นไทยถูกขับเคลื่อนด้วยเรื่องพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลแทนพรรคเพื่อไทย (อังเคิลทำเหตุ) จนดัชนีทะยานขึ้นจากบริเวณ 1,266 จุดขึ้นมาเรื่อย ๆ ก่อนจะขึ้นไปทำไฮที่บริเวณ 1,345 จุด และทันทีที่ดัชนีแตะระดับดังกล่าวปุ๊บ ก็มีแรงขายไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ดัชนีไหลลงมากองอยู่ที่บริเวณ 1,250 จุดนานเป็นเดือนไงล่ะคะ
ฉะนั้นการที่รอบนี้หุ้นไทยผงกหัวจากบริเวณ 1,230 จุด พร้อมกับขึ้นไปทำไฮที่บริเวณ 1,330 จุด ก่อนจะเกิดอาการม้วนตัวลงมายืนบริเวณ 1,300 จุด โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มเทขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ และตลาดหุ้นไทยเริ่มมีข่าวลบเข้ามากระทบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดระหว่างประเทศต่าง ๆ สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก การอุบัติใหม่ของไวรัสที่ชื่อนิปาห์ หรือแม้กระทั่งเรื่องสแกมเมอร์ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮาในตอนนี้เจ้าค่ะ
วันนี้ถึงต้องถามกันตรง ๆ อีกครั้งว่า การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,307.07 จุด ลบไป 7.32 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.27 หมื่นล้านบาท คือสัญญาณความเสี่ยงที่หุ้นไทยจะถูกขายต่อ? เพราะเมื่อดูสถานการณ์ของหุ้นใหญ่จะเห็นการย่อตัวลงมาเรื่อย ๆ กันเป็นแถว ผนวกกับแรงกดดันที่เกิดจากราคาทองพุ่งขึ้นต่อเนื่อง กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนยังคงหลั่งไหลเข้าไปที่ตลาดทองคำมากกว่าตลาดหุ้นไงล่ะจ๊ะ
ขนาดหุ้นยานแม่อย่าง SCB ยังถูกรินขายเป็นระยะ จนวานนี้ลงมายืนที่ระดับ 135 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 1.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.67 พันล้านบาท ก็เป็นภาพที่ย้อนแย้งกับคำแนะนำของโบรกเกอร์ที่ให้เป้าสูงถึงระดับ 150 บาท แต่ถ้าดูการขึ้นเที่ยวล่าสุดที่ไปถึงระดับ 143 บาท อีฉันก็เข้าใจได้ทันทีว่า นี่เป็นการจบรอบระยะสั้น เพื่อรอดูผลงานไตรมาส 1 ปี 69 จะออกมาดีขนาดไหนเจ้าค่ะ
รายถัดมาที่น่าเป็นห่วงต้องมองไปที่ปั๊มน้ำมัน OR หลังวานนี้ถูกขายหนักเหลือเกิน จนหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ14.40 บาท ลบไป 0.80 บาท หรือลงไป 5.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 740 ล้านบาท มันเป็นภาพที่ชวนให้คิดเรื่องราวก่อนหน้านี้ขึ้นมาทันที เพราะหลายครั้งที่หุ้นเริ่มทรุดตัวลงแรงทีไร ต่อจากนั้นหุ้นไหลลงยาวเป็นประจำ ผนวกกับนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาขายหุ้นอีกครั้ง อีฉันเลยไม่แน่ใจว่า วันนี้จะรอดไหม?
ส่วนรายที่ทำท่าเหมือนจะฟื้นตัวอย่าง AAV ก็ดันมาเจอข่าวร้ายไวรัสนิปาห์เข้าจังเบ้อเร่อ ส่งผลให้ราคาหุ้นที่ทำท่าจะโบยบินแบบยาว ๆ กลับอ่อนเป็นมะเขือเผาอีกครั้ง “โมนิก้า” เลยสงสัยว่า การทรุดตัวลงไปถึงจุดเด้งที่บริเวณ 1.09 บาท ต่อจากนั้นยืนปิดได้ที่ระดับ 1.12 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 4.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 293 ล้านบาท กลายเป็นช็อตวัดใจนักเล่นจะลุยต่อไหม?..อิอิอิ
ในเมื่อเม้าท์ถึงความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น COM7 เพื่อชี้ให้เห็นการขยับตัวขึ้นอย่างช้า ๆ จากระดับ 18 บาท จนมายืนนิ่ง ๆ ที่บริเวณ 20 บาทเป็นเวลา 3 วัน มันกลายเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดมากกว่าเดิม เพราะในมุมของผลงานงวด 9 เดือนปี 68 ทำได้ค่อนข้างดี แต่ราคาหุ้นก็ไม่ตอบรับเท่าที่ควร แถมยังมาเจอกับความกังวลว่า ผลงานในปี 69 มีสิทธิ์ชะลอตัว จึงไม่รู้ว่า การยืนปิดที่ 20.30 บาท ได้ไปต่อไหมนะซี
ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้นยางมะตอย TASCO เพื่อชี้ให้เห็นสถานการณ์ที่พลิกผันในเวลาสั้น ๆ เพราะในช่วงที่หุ้นถีบตัวขึ้นไปถึง 15.30 บาท ทั้งที่วันก่อนยืนแค่ 13.70 บาท ก็เป็นผลมาจากสหรัฐฯ ยึดบ่อน้ำมันเวเนซุเอลา แต่หลังจากนั้นทุกคนก็คิดขึ้นมาได้ว่า มันเป็นผลทางจิตวิทยาเท่านั้น! หุ้นจึงร่วงเรื่อย ๆ จนล่าสุดยืนอยู่ที่ระดับ 14.10 บาท ลบไป 0.20 บาท แบบนี้..คุณคิดว่า มีโอกาสกลับไปยืนที่เดิมไหมจ๊ะ
โมนิก้าและทีมงาน