คำสาปของไนจีเรียพลวัต 2016

ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรงในรอบ 1 เดือนมานี้ จนสามารถทำสถิติราคาปิดตลาดสูงสุดของปีนี้ที่ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ มีสาเหตุจากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีคุณูปการสูงมากคือ การโจมตีของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธหรือกบฏ (ตามที่รัฐบาลทหารเรียก) ที่มีต่อท่อส่งน้ำมันดิบส่งออกในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ อันเป็นจุดคอขวดสำคัญของการส่งออก


ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งแรงในรอบ 1 เดือนมานี้ จนสามารถทำสถิติราคาปิดตลาดสูงสุดของปีนี้ที่ระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ มีสาเหตุจากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีคุณูปการสูงมากคือ การโจมตีของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธหรือกบฏ (ตามที่รัฐบาลทหารเรียก) ที่มีต่อท่อส่งน้ำมันดิบส่งออกในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ อันเป็นจุดคอขวดสำคัญของการส่งออก

กลุ่มก่อการร้ายไนเจอร์ เดลตา อเวนเจอร์ส ซึ่งประกาศเรียกร้องเอกราชเป็นของตนเอง ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์หลายครั้งในบริเวณที่ลุ่มปากแม่น้ำไนเจอร์ และชุกมากยิ่งขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงต่อเนื่อง

ไม่มีใครในรัฐบาลเผด็จการทหารของไนจีเรียปัจจุบัน ที่จะให้คำตอบว่า การโจมตีดังกล่าวจะหยุดยั้งลงเมื่อใด และไนจีเรียจะสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันในระดับปกติได้อีกเมื่อใด ซึ่งหมายความว่า ราคาน้ำมันดิบของโลกยังจะสูงต่อไปจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจอะไรเลยไปอีกนานหลายเดือน เนื่องจากอุปทานของน้ำมันจากไนจีเรียลดลง

เมื่อวานนี้ นายอิเบ คาชิควู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรปิโตรเลียมไนจีเรีย ออกมายอมรับว่า ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของไนจีเรียในปัจจุบันลดลงเหลือไม่ถึง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงไปมากกว่าระดับปกติถึง 0.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน

นายคาชิควู กล่าวว่า รัฐบาลกำลังใช้ความพยายามในการเพิ่มปริมาณส่งออกน้ำมัน โดยจะเปิดเจรจากับกลุ่มไนเจอร์ เดลตา อเวนเจอร์ส แต่ปัญหาสันติภาพบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ จำเป็นจะต้องแก้ไขให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติเสียก่อน

ไนจีเรีย ถือเป็นชาติที่มีรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบปีละมากกว่า 340,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน่าจะเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยมากที่สุดชาติหนึ่งในโลก แต่ว่าความมั่งคั่งดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างล้างผลาญโดยผู้นำทหารเผด็จการหยิบมือเดียว  แต่ประชากรกว่า 75% ของประเทศมีรายได้ต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อวัน ในขณะที่ 43% ไม่มีสุขอนามัย และน้ำสะอาดดื่มกิน  และอัตราการเสียชีวิตของทารกสูงที่สุดในโลก

นี่ยังไม่นับถึงการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ เพราะมีสถานีบริการน้ำมันชุกชุมเฉพาะเมืองลากอสที่เป็นเมืองหลวงเก่าเท่านั้น เมืองต่างจังหวัดแทบจะไม่มีสถานีบริการน้ำมันเลย เพราะน้ำมันสำเร็จรูปที่ใช้ต้องนำเข้ามา เนื่องจากไนจีเรียไม่มีโรงกลั่นน้ำมันเอง เพราะสัมปทานน้ำมันที่ให้ไปนั้น กำหนดให้ต้องส่งออกในรูปน้ำมันดิบทั้งหมด

การกระจุกตัวของความมั่งคั่ง เกิดขึ้นโดยเจตนา จากการที่รายได้ของงบประมาณของประเทศเกือบทั้งหมด 93% เกิดจากรายได้จากน้ำมันเป็นหลัก โดยแทบจะไม่มีรายได้จากสินค้าอื่นๆ ที่ทำรายได้เข้าประเทศหรือรายได้จากภาษีต่างๆ เลย

โครงสร้างทางอำนาจทางการเมือง (ที่มีบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของตะวันตกหนุนหลังยาวนาน) ทำให้การกระจุกตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้รับการแก้ไข เพราะนายทหารผู้นำรัฐบาลเพียงหยิบมือเดียว พากันเร่งกอบโกยเงินใต้โต๊ะจากสัมปทานน้ำมันเข้าพกห่อส่วนตัว แล้วซ่อนไว้ในยุโรปจำนวนมหาศาลในแต่ละปี  ที่น่าห่วงมากกว่านั้นคือ กลุ่มคนที่อยู่ในโครงสร้างเหล่านี้ กลับมุ่งเน้นหาช่องทางยึดอำนาจรัฐในทุกวิถีทาง จากแรงกระตุ้นของความมั่งคั่ง หาทางจัดตั้งกองกำลังส่วนตัวที่นำไปสู่สงครามกลางเมือง และความวุ่นวายครั้งแล้วครั้งเล่า

ไนจีเรียจึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชาติมั่งคั่งทรัพยากรที่มีรูปแบบการปกครองเผด็จการมากที่สุด และเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งมากที่สุดในโลกปัจจุบัน เพราะผู้นำรัฐเร่งกอบโกยความมั่งคั่งผ่านการลุแก่อำนาจ โดยไม่แยแสว่าประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน

วงจรอุบาทว์จของไนจีเรีย จึงเกิดขึ้นและนำไปสู่สภาพรัฐล้มเหลวเกือบสิ้นเชิงด้วยคำอธิบายเชิงโครงสร้างดังนี้

–  ความรุ่งเรืองของธุรกิจน้ำมันเพิ่มการคาดหวังที่จะใช้จ่ายมากขึ้นในงบประมาณ (ซึ่งหมายถึงการชักค่าต๋งของผู้มีอำนาจรัฐ จากงบประมาณในสัดส่วนที่มากขึ้นด้วย) ผ่านโครงการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนภาครัฐที่ใหญ่เกินตัว ที่ไม่รอบคอบและเกินจำเป็น  การสร้างเมืองหลวงใหม่ อาบูจา แทนเมืองหลวงเดิมคือลากอส  ซึ่งโครงการเหล่านี้หากตรวจสอบให้ละเอียด จะพบเงื่อนงำของการคอร์รัปชั่นมูลค่ามหาศาลทั้งสิ้น

– รัฐบาลเพิ่มการใช้จ่าย โดยอาศัยการคาดการณ์ถึงรายได้ในอนาคตที่เหนือจริง และเพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินกว่ารายได้ มีส่วนสำคัญต่อการลดคุณภาพการใช้จ่ายของรัฐและกระตุ้นให้รัฐเร่งหารายได้จากการผูกขาดสัมปทานแก่ต่างชาติ

– ความมั่งคั่งที่กระจุกตัวในคนกลุ่มน้อย ทำให้เกิดการกระจายทรัพยากรโดยไม่เหมาะสม ด้วยการให้โควต้านำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค ใบอนุญาตอุตสาหกรรม แฟรนไชส์การค้าสินค้าฟุ่มเฟือยเลียนแบบตะวันตก สินเชื่อต้นทุนต่ำ และการเล่นเก็งกำไรในตลาดเงินระหว่างประเทศ กลายเป็นแบบพฤติกรรมแนวทางปกติในการดำเนินธุรกิจของรัฐ ซึ่งทำให้อัตราผลผลิตลดลง และมีการคอร์รัปชั่นขนาดใหญ่

– บริษัทน้ำมันระดับโลก แทรกตัวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจทางนโยบายของประเทศ เปิดทางให้มีการสร้างกฎหมายที่เอื้อกับผลประโยชน์ตัวเอง และพาสังคมสู่แรงปะทุทางการเมืองมากขึ้น

กรณีของกลุ่มกบฏไนเจอร์ เดลตา อเวนเจอร์ เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นรูปธรรมของคำสาปที่เกิดจากความมั่งคั่งจากน้ำมันของไนจีเรีย เท่านั้น

Back to top button