ANAN เด้งแรง 5% สวนดัชนีร่วงหนัก ฟากโบรกฯแนะซื้อหุ้นตอบรับเกณฑ์คุมสินเชื่ออสังหาฯมากแล้ว

ANAN เด้งแรง 5% สวนดัชนีร่วงหนัก ฟากโบรกฯแนะซื้อหุ้นตอบรับเกณฑ์คุมสินเชื่ออสังหาฯมากแล้ว โดย ณ เวลา 12.27 น. อยู่ที่ระดับ 4.54 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 5.09% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47.98 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ณ เวลา 12.27 น. อยู่ที่ระดับ 4.54 บาท บวก 0.22 บาท หรือ 5.09% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47.98 ล้านบาท ราคาหุ้นพุ่งแรงสวนถาวะตลาดฯ  ณ เวลา 12.28 น. อยู่ที่ระดับ 1,639.33 จุด ลบ 19.23 จุด หรือ 1.16% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 27,658.19 ล้านบาท

บล.เคจีไอ ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้(24ต.ค.) ว่า คาดว่ากำไรในไตรมาส3/61จะเร่งตัวขึ้นถึง 367% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 13% QoQ เป็น 654 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญจะมาจากการเดินหน้าโอนโครงการอย่างเช่น Ashton จุฬา-สีลม (8.6 พันล้านบาท ) และ Ashton อโสก (6.7 พันล้านบาท) ซึ่งจะพร้อมโอนเต็มที่หลังจากที่โอนไปได้แค่ 30% และ 14% ใน 2Q61 ถึงแม้ว่า

แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมจะถูกกระทบจากมาตรการใหม่  LTV (LTV : Loan to Value ) ไม่เกินระดับ 80 % ((LTV limit 80 %) หรือต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20 % ของมูลค่าหลักประกัน ของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ในการประเมนมูลค่าหุ้น ANAN ของเราก็ได้สะท้อนความเสี่ยงในประเด็นนี้ไปแล้ว  โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 6 บาท อิงจาก PER เฉลี่ยระยะยาว -1 S.D. ที่ 8x

ในขณะที่ราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ PER ปี FY62 แค่ 5.7x เท่านั้น แถมยังมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอีก 5% ในขณะที่แนวโน้มการเติบโตก็ยังโดดเด่นกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม และยังมี upside ถึงราคาเป้าหมายของเราอีกค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงยังคงแนะนำซื้อ ANAN

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่าหุ้นอสังหาฯ เชื่อราคาดูดซับเรื่องเกณฑ์ LTV ไปมากแล้ว โดดเด่นด้วย  Dividend Yield สูง นับจากวันที่ 4 ต.ค.61 ซึ่ง ธปท. เสนอมาตรการปรับลด LTV มาสู่ 80% สำหรับบ้านหลังที่ 2 และบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท ดัชนีราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับลดลงกว่า 4.14% ซึ่งถือว่าได้ดูดซับปัจจัยลบดังกล่าวไปมากแล้ว แต่ในอีกทางหนึ่งหากพิจารณาจากผลกระทบทางตรงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดเป็น เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่มีการทำ Public Hearing ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 11 ต.ค. จึงมีโอกาสเห็นการผ่อนคลายมาตรการหลังจากนี้

ขณะที่กลุ่มที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 รวมกับบ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท ประเมินว่าอาจมีสัดส่วนราว 25% และส่วนใหญ่อยู่ในคอนโดฯ นอกจากนี้ ในงวดไตรมาส 4/61 คาดว่าจะเห็นการเร่งโอนฯและระบายสต๊อก หนุนกำไรโดดเด่นด้วยองค์ประกอบดังกล่าวทำให้หุ้นอสังหาฯหลายบริษัทให้ Dividend Yield สูงกว่า 6% ต่อปี และอาจถือเป็นโอกาสในการทยอยซื้อลงทุน

Back to top button