BEC ร่วง 4% ทำ “ออลไทม์โลว์” ต่อเนื่อง โบรกฯชี้ผลงานปีนี้ขาดทุน เหตุรายได้โฆษณาขาลง

BEC ร่วง 4% ทำ “ออลไทม์โลว์” ต่อเนื่อง โบรกฯชี้ผลงานปีนี้ขาดทุน เหตุรายได้โฆษณาขาลง โดยล่าสุด ณ เวลา 12.12 น. อยู่ที่ระดับ 5.50 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 3.51% สูงสุดที่ระดับ 5.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 41.80 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ณ เวลา 12.12 น. อยู่ที่ระดับ 5.50 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 3.51% สูงสุดที่ระดับ 5.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 5.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 41.80 ล้านบาท

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กำไรสุทธิของ BEC ในไตรมาส 3/61 อยู่ที่ 78 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 23 ล้านบาทในไตรมาส 2/61 และเพิ่มขึ้นถึง 125% จากปีก่อน ซึ่งดีกว่าประมาณการถึง 91% และดีกว่าที่ตลาดคาดถึง 251% โดยปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการไตรมาส 3/61 คือต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของบริษัทยังคงไม่สดใส ซึ่งสาเหตุสำคัญคือรายได้ค่าโฆษณาที่อยู่ในขาลง (รายได้หลักของบริษัทซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 84% ของรายได้รวม) เพราะถูกกดดันจาก 1) การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจ TV ของไทย 2) พฤติกรรมการดูรายการทีวีผ่านสื่อดิจิตอล (Facebook, YouTube, Line ฯลฯ) เพิ่มขึ้น, 3) เรตติ้งของ BEC ในเดือนตุลาคม 2561 ยังคงลดลงอีกเหลือ 1.17 และ 4) การหารายการที่ทำเรตติ้งได้สูงเหมือน “บุพเพสันนิวาส” ที่ออกอากาศในไตรมาส 2/61 ยังเป็นสิ่งท้าทาย

นอกจากนี้ ยังคงประมาณการว่า BEC จะมีผลขาดทุนสุทธิ 37 ล้านบาทในปีนี้ และพลิกมามีกำไรสุทธิ 298 ล้านบาทได้ในปี 2562 เนื่องจาก BEC จะดำเนินนโยบายคุมต้นทุนต่อไป บวกกับบริษัทน่าจะมีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น (จากรายได้ออนไลน์, รายได้จากการให้สิทธิ์ในการชมรายการของทางสถานี)

โดยยังคงราคาเป้าหมายปี 2562 เอาไว้ที่ 7.20 บาท และคงคำแนะนำถือ BEC เนื่องจากแนวโน้มกำไรไม่ค่อยมีเสถียรภาพนักเพราะธุรกิจหลักถูกกดดัน ในขณะที่ธุรกิจเสริมก็อาจยังต้องใช้เวลากว่าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้อย่างมีนัยสำคัญได้

Back to top button