TVT พุ่ง 6% นิวไฮรอบ 7 เดือน ขานรับผบห.มั่นใจผลงานไตรมาส 1 สดใส ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโต15%

TVT พุ่ง 6% นิวไฮรอบ 7 เดือน ขานรับผบห.มั่นใจผลงานไตรมาส 1 สดใส ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีโต 15% ล่าสุด ณ เวลา 11.01 น. อยู่ที่ 1.06 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 6% สูงสุดที่ 1.08 บาท ต่ำสุดที่ 1.02 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 9.46 ล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVT ล่าสุด ณ เวลา 11.01 น. อยู่ที่ 1.06 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 6% สูงสุดที่ 1.08 บาท ต่ำสุดที่ 1.02 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 9.46 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น TVT ปรับตัวขึ้นสู.สุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 1.07 บาท เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2561 หลังผู้บริหารมองแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/62 น่าจะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15% ตามธุรกิจผลิตรายการทีวีและขายโฆษณา ขึ้น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้รวมกันถึง 90% และยังมีรายได้จากการให้เช่าสตูดิโอเข้ามาเพิ่มเติมอีก อีกทั้งจะขยายการเพิ่มรายได้ไปยังช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากมีมาร์จิ้นสูง

โดยนายพิรัฐ เย็นสุดใจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVT เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโต 10-15% จากปีก่อนอยู่ที่ 522.96  ล้านบาท มาอยู่ที่ 600 ล้านบาท  โดยมาจากธุรกิจการผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับช่องทีวีดิจิทัล ที่คาดจะเติบโต 20% เป็น 330-350 ล้านบาท ซึ่งยังคงมุ่งเน้นการผลิตรายการโทรทัศน์ให้กับช่องทีวีดิจิทัลเดิม อย่างช่อง 3 ,ช่อง ONE 31, True4u ช่อง 24 และช่องไทยรัฐทีวี ขณะที่ปีนี้มีลูกค้าใหม่เข้ามาเพิ่ม คือ PPTV เพื่อผลิตละครป้อนให้กับช่องดังกล่าว โดยวางงบลงทุนด้านการผลิตคอนเทนท์ไว้ที่ 180-200 ล้านบาท และคาดว่าจะมีรายการที่ผลิตรวม 12-15 รายการ

ขณะที่รายได้จากการขายโฆษณาทางโทรทัศน์ปีนี้ตั้งเป้ามีรายได้ที่ 200-210 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 180 ล้านบาท โดยจะเพิ่มรายการที่ขายโฆษณาได้จำนวน 1-2 รายการ ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มรายได้จากการผลิตคอนเทนท์ เพื่ออัพโหลดลงในช่องออนไลน์ทาง Youtube โดยตั้งเป้ารายได้จะเติบโตเป็นเท่าตัวมาที่ 25-30 ล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 17 ล้านบาท และคาดรายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ต่อปี ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีรายได้จากค่าเช่าสตูดิโอ โดยมีการปล่อยเช่าราว 40% ของ Capacity ทั้งหมด ซึ่งปัจจุบัน TVT มีสตูดิโอทั้งสิ้น 3 แห่ง อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯ ยังคงควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในด้านการรับจ้างผลิตรายการ และค่าใช้จ่ายการบริหาร SG&A ให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้น โดยคาดอัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นจะทำได้ดีกว่าปีก่อน ที่อยู่ที่ 5.91% และ  28.67%  ตามลำดับ อีกทั้งการเพิ่มรายได้จากช่องทางออนไลน์จะช่วยผลักดันมาร์จิ้นให้เพิ่มขึ้นด้วย

พร้อมกันนี้มองแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/62 น่าจะเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามการเติบโตของธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ขณะที่การขายโฆษณาในช่วงไตรมาสมาสแรกน่าจะยังทรงตัว หรือปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังรอความชัดเจนการเลือกตั้ง และการแข่งขันที่ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รายได้จากการขายโฆษณาไม่เป็นไปตามคาด แต่อย่างไรก็ตามมองว่าในครึ่งปีหลังนี้ ทิศทางธุรกิจน่าจะกลับมาดีขึ้นได้

Back to top button