
SICT กวาดรายได้ปี 68 นิวไฮ 690 ลบ. กำไร 80 ล้านบาท รับธุรกิจ Animal ID หนุน
SICT โชว์รายได้ปี 68 นิวไฮ 690 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากแรงหนุนธุรกิจ Animal Identification ตามนโยบาย e-ID หลายประเทศ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 80 ล้านบาท จากการลงทุนรองรับการเติบโตระยะยาว
บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้ออกแบบและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสัญชาติไทย รายงานผลประกอบการประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 690.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อน
ขณะที่รายได้ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเติบโตโดดเด่นถึงร้อยละ 12 จาก 18.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 21.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติ New High ต่อเนื่อง จากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Identification) อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 44 จากร้อยละ 43 ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารโครงสร้างต้นทุนและกลยุทธ์การกำหนดราคา ควบคู่กับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 80.0 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 จากปีก่อน จากการเพิ่มการลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว ทั้งด้านบุคลากรและการวิจัยพัฒนา (R&D)
ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับผลกระทบจากการรับรู้การด้อยค่าของสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพิ่มขึ้นจากการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของโครงการวิจัยที่ดำเนินอยู่และโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หลายโครงการ เพื่อให้สะท้อนถึงโอกาสของการเข้าสู่ตลาดไมโครชิปใหม่ ๆ เช่น การนำไปใช้ทางการแพทย์ อีกทั้งบริษัทยังมีการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินบาทในระหว่างปี
ด้านโครงสร้างรายได้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Identification) มีรายได้จำนวน 457.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 จากปีก่อน จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายบังคับใช้ป้ายทะเบียนสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ในหลายประเทศในยุโรป ขณะที่กลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial IoT) มีรายได้ 183.1 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 จากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าในประเทศจีน รวมถึงการขยายระยะเวลาการทดสอบผลิตภัณฑ์ของลูกค้าในเอเชียและยุโรป กลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Immobilizer) มีรายได้ 46.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 42 ตามภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ดี บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของคำสั่งซื้อในช่วงปลายปี สำหรับกลุ่ม NFC และอื่น ๆ มีรายได้ 2.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม NFC ร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2568 บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รวม 6 รายการ ครอบคลุมกลุ่ม Animal ID, Industrial IoT และ NFC พร้อมเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและการออกแบบไมโครชิปเฉพาะทาง ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่กับการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของรายได้ และเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงระมัดระวังและติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น
บริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนประจำปี 2568 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับผลการประเมินในระดับ “A” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าร่วมการประเมิน FTSE Russell ESG Score ประจำปี 2568 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ FTSE Russell โดยได้รับคะแนน ESG รวม 3.9 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5.0 จัดอยู่ในระดับ Good Practice และได้รับคะแนนสูงสุด 5.0 คะแนนเต็ม ในหมวดการกำกับดูแลกิจการ พร้อมกันนี้ บริษัทได้เริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ครอบคลุมขอบเขตที่ 3 เป็นปีแรก
จากความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้รับ 2 รางวัลสำคัญจากเวที SET Awards 2025 ได้แก่ รางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จด้านนวัตกรรม (SET Awards of Honor: Excellence as an Innovative Company 2023 – 2025) โดยในปี 2568 บริษัทได้รับ Best Innovative Company Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากนวัตกรรม SIC7150 ไมโครชิป RFID ประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบระบุตัวตนสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งมีการยื่นจดสิทธิบัตรในยุโรปและสหรัฐอเมริกา สะท้อนบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับรางวัล Outstanding Investor Relations Awards ที่ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการสื่อสาร การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และการดำเนินงานนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน นักวิเคราะห์ และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

