PRIME ชนะประมูลโซลาร์ฟาร์มกัมพูชา 78MW พร้อมลุยขยายตลาดในประเทศ-ตปท.


นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการบริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME เปิดเผยว่า PRIME คือ หนึ่งในผู้นำในการบุกเบิก พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Farm ในประเทศไทย และ ได้ขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยในปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดรวม 287 เมกะวัตต์  โดยจำหน่ายจ่ายไฟฟ้าแล้ว 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108  เมกะวัตต์ โดยเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์  ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ในประเทศไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ และ ประเทศกัมพูชาจำนวน 78 เมกะวัตต์

ทั้งนี้บริษัทฯได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทางอ้อมด้วยการเข้าซื้อกิจการของ บริษัท ฟู๊ด แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และ ได้เปลี่ยนกิจการเป็นธุรกิจลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน และได้จำหน่ายธุรกิจอาหารออกไป สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ มีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้ามากขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดย PRIME  มีรายได้รวม 488.2 ล้านบาท และมีกำไรเบ็ดเสร็จ 206 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิสูง 42.2% โดยบริษัทฯมีกำไร เบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับผลขาดทุนเบ็ดเสร็จ 377.2 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561 ของ บริษัท ฟู๊ด แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)” (หากเปรียบเทียบผลประกอบการเฉพาะในธุรกิจไฟฟ้า ของบริษัทฯ รายได้รวมงวดนี้เพิ่มขึ้น 29.32% จากรายได้รวมในธุรกิจไฟฟ้า 377.5 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก ปี 2561 ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จเพิ่มขึ้น 28% จากกำไรเบ็ดเสร็จ 161 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบการเงิน ในธุรกิจไฟฟ้าในช่วง 9 เดือนแรกปี 2561)

“โอกาสทางธุรกิจของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนยังค่อนข้างสดใส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บริษัทฯจึงวางแผนที่จะขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับในประเทศ บริษัทฯกำลังศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนของรัฐบาล และโครงการโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีศักยภาพและมูลค่าโครงการสูง

ส่วนโครงการในต่างประเทศ บริษัทฯกำลังขออนุมัติ ผู้ถือหุ้นเพื่อลงทุนในกัมพูชา ซึ่งบริษัทฯ ได้ชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนดิน เป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ของประเทศกัมพูชาขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์ (สัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์) ซึ่งจะก่อสร้างที่จังหวัดกัมปงชนัง โดยประเทศกัมพูชา เป็น 1 ในประเทศกำลัง พัฒนาที่กำลัง ขยายตัวทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมและมีความต้องการ พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก ซึ่งบริษัทฯคาดว่าจะมีโอกาสที่จะขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศกัมพูชาอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทฯ กำลังศึกษาการลงทุนในประเทศ ไต้หวัน เวียดนาม ลาว ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และความต้องการพลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่ง PRIME มั่นใจว่าด้วยจุดแข็งของบริษัท คือ มีความเชี่ยวชาญ ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้า อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ความได้เปรียบด้านต้นทุน มีพันธมิตรธุรกิจระดับโลก และการได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงจากสถาบันการเงินระดับนานาชาติ อีกทั้งผู้บริหารของบริษัทฯ มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนในไทยกว่า 10 ปี จะทำให้มีโอกาสที่จะขยายการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง”นายสมประสงค์ กล่าว

Back to top button