DOD วิ่งแรง 6% รับแผนขยายไลน์สกัด “กัญชง” หนุนผลงานโต


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ณ เวลา 10.45 น. อยู่ที่ระดับ 12.40 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 5.98% สูงสุดที่ระดับ 12.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 502.60 ล้านบาท

ด้านนายธนิน ศรีเศรษฐี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DOD เปิดเผยว่า หลังกฎกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563 เริ่มต้นมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2564 ซึ่งการใช้กัญชงต้องขออนุญาตกับทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือสร้างมูลค่าเพิ่ม และการปลูก ปัจจุบันทางอย.อยู่ระหว่างการสร้างระบบ และแพลตฟอร์มการยื่นสมัครขออนุญาต เพื่อใช้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ หากแพลตฟอร์มการยื่นสมัครขออนุญาตแล้วเสร็จ บริษัทเตรียมยื่นใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD ในการเป็นผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดจากกัญชง และยังเตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตผลิต (ที่มิใช่การปลูก) เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์ เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตส่งออกเมล็ดพันธุ์ เตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ และเตรียมยื่นคำขอรับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองเมล็ดพันธุ์ ด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้น เมื่อบริษัทได้รับใบอนุญาตครบตามที่ยื่นขอ และสามารถผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงเชิงพาณิชย์ได้ตามที่วางแผนไว้ จะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความพร้อมของศักยภาพความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำในการผลิตผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงได้แบบครบวงจร ที่สำคัญจะส่งผลให้รายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยต้นทุนการผลิตที่ลดลง และควบคุมคุณภาพวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีโรงงานสกัดที่เป็นของตนเอง ทำให้เกิด Value Chain ตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ

ขณะเดียวกัน บริษัทมีจุดแข็งและข้อได้เปรียบคือ ความพร้อมในเรื่องของโรงสกัด และห้องปฏิบัติการ (LAB) ซึ่งผ่านการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 จากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รวมถึงยังได้การรับรองมาตรฐาน ISO22000:2018 (ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร) และ ISO14001:2015 (ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม) จากบริษัท อินเตอร์เทค เทสติ้ง เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ บริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ของบริษัทเอง ที่คอยค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมและพัฒนาสารสกัดพืชสมุนไพร ประกอบกับการพัฒนากระบวนการสกัด ออกแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนั้นจากปัจจัยบวกในข้างต้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดไลน์สกัดกัญชงได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจากเมล็ด หรือส่วนอื่นของกัญชง

โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาการร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และโรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในการร่วมมือวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สมุนไพรกัญชงและกัญชา เพื่อใช้ทางการแพทย์ รวมถึงยังมีการร่วมมือกับม.แม่โจ้ เพื่อรับซื้อกัญชงคุณภาพสูงจากเครือข่ายเกษตรที่ยื่นขอรับใบอนุญาตเพาะปลูก

“การร่วมมือข้างต้นจะส่งผลให้ DOD มีเครือข่ายเกษตรกรซัพพลายวัตถุดิบกัญชงที่มีคุณภาพสูงได้ในระยะยาว คือ มีสาร CBD (Cannabidiol) สูงและมีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) ต่ำกว่า 1% ตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อมาทำสารสกัดจากกัญชงตามหลักมาตรฐานสากลที่ต้องมีสาร THC ต่ำกว่า 0.2% นอกจากการสกัดสาร CBD จากกัญชง เพื่อใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แล้ว ยังมีแนวทางเพิ่มการสกัดสารในส่วนต่าง ๆ ของกัญชง เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ  เช่น สกัดเป็นน้ำมันจากเมล็ดกัญชง สกัดเป็นโปรตีนสูง และสกัดเป็นเปปไทด์ เป็นต้น”

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานสกัดสาร CBD เรียบร้อยแล้ว บริษัทจะเริ่มดำเนินการขยายโรงงานสกัดสาร เพื่อรองรับการสกัด CBD จากกัญชงในเฟสแรก โดยจะสามารถนำสารสกัดจากกัญชงมาเข้าสู่ไลน์การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำในประเทศเป็นลำดับต่อไป และหากโรงสกัดสาร CBD เฟสแรกประสบความสำเร็จ ก็มีแผนขยายการลงทุน เพื่อก่อสร้างโรงสกัดสารจากกัญชงในเฟสสอง ซึ่งจะเป็นโรงสกัดที่มีขนาดใหญ่กว่าในเฟสแรก เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และขยายผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดโลก

Back to top button