เปิดโผหุ้นจิ๋วปี 63 กำไรกระฉูด “เกิน 1 เท่า” ผลงานย้อนหลังโตสม่ำเสมอ


ว่าเรื่องผลประกอบการประจำปี 2563 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หลังจากประกาศออกมาเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิกระฉูด “เกิน 100% หรือกว่า 1 เท่า” เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน พบมีรายชื่อ ADB, MBAX, ZIGA, 2S, PIMO, ARIP, XO, CMC และ TPAC เข้ามาติด

ทั้งนี้ นอกเหนือจากหุ้นดังกล่าวสามารถทำกำไรกระฉูในปี 2563 แล้ว ผลประกอบการย้อนหลังปี 2560-2562 ที่ผ่านมาก็ปรากฏว่าสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ “ถือเป็นหุ้นพื้นฐานดี” ในกลุ่มตลาดเอ็ม เอ ไอ

โดยผลประกอบการของหุ้นดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

บริษัท แอ็พพลาย ดีบี จำกัด (มหาชน) หรือ ADB รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 69.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,034.78% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 3.26 ล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตของอัตรากำไรของทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะในกลุ่มเม็ดพลาสติกคอมปาวด์จากความต้องการสินค้าเพื่อนำไปผลิตสายไฟและสายเคเบิ้ลขนาดใหญ่ในกลุ่มงานด้านสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ

รวมถึงบริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัดตลอดจนการพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้า ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ประกอบกับค่าใช้จ่ายบริหารที่ลดลง

ทั้งนี้ เนื่องจากมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้โดยตรงกับกิจการ เพื่อให้บริษัทสามารถปรับตัวให้มีผลกำไรได้ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วย

อย่างไรก็ดี นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 29.04 ล้านบาท ต่อมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 13.03 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 3.26 ล้านบาท

บริษัท มัลติแบกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MBAX รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 176.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 245.38% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 50.98 ล้านบาท เป็นผลจากมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายและราคาขาย, ต้นทุนขายต่อยอดขายลดลงจากราคาเม็ด พลาสติก และการควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดี มีการขายสินค้าที่มีนวัตกรรมประกอบด้วย

ทั้งนี้ นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 61.42 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 82.85 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 50.98 ล้านบาท

บริษัท ซิก้า อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ZIGA รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 117.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233.82% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 35.26 ล้านบาท เป็นผลจากมีการผลิตเพิ่มขึ้นจากการเปิดใช้โรงงานใหม่ ส่งผลทำให้ต้นทุนผลิตสินค้าต่อหน่วยลดลงประกอบด้วย

โดยนอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 131.68 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 42.56 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 35.26 ล้านบาท

บริษัท 2 เอส เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ 2S รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 410.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 133.38 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากส่วนค่าใช้จ่ายผันแปรในการผลิตต่ำกว่าปีก่อนหน้า รวมถึงต้นทุนทางการเงินลดลงจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินในระหว่างงวดน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

อนึ่ง นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 284.71 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 105.55 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 133.38 ล้านบาท

บริษัท ไพโอเนียร์ มอเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIMO รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 79.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.96% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 28.48 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากงบการเงินเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นหลักใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายมอเตอร์แอร์ยอดขายมอเตอร์สระและสปาแก่ลูกค้าต่างประเทศยอดขายมอเตอร์กำลังและมอเตอร์ปั๊มจุ่มที่มีการสั่งซื้อมากขึ้นจากลูกค้าในประเทศ

อย่างไรก็ตาม นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 23.47 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 16.50 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 28.48 ล้านบาท

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) หรือ ARIP รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 168.27% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1.33 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้รวมขยับขึ้นมาหลังจากรายได้หน่วยงานภาครัฐโครงการพิเศษ (One-Off Project) และการรับจ้างจัดงาน

โเยนอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 2.16 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 3.40 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.33 ล้านบาท

บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 318.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.07% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 121.99 ล้านบาท เป็นผลจากสถานการณ์การการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคหันมาทำอาหารทางเองที่บ้านมากขึ้น

ดังนั้นความต้องการซอสปรุงรสในการประกอบอาหารจึงมีการขยายตัว ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านค้าปลีกซึ่งจัดจำหน่ายสินค้าของบริษัท และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร

ทั้งนี้ นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 59.03 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 221.90 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 121.99 ล้านบาท

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 59.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.72% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 24.14 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 จำนวน 1 โครงการได้แก่ โครงการแบงค์คอก ฮอไรซอน ไลท์ @สถานีเพชรเกษม 48

อย่างไรดี นอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2561-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 213.83 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 24.14 ล้านบาท

บริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPAC รายงานผลการดำเนินงาน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 สามารถทำกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 321.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131.90% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 138.84 ล้านบาท ถือว่าเป็นปีที่มีผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จะเห็นได้จากรายได้ที่แข็งแกร่งของทั้งกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศไทย ประเทศอินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจ และสถานการณ์ที่ยากลำบากจากผลกระทบของโรคระบาด Covid-19

โดยนอกจากผลประกอบการปี 2563 เติบโตแกร่งแล้ว ช่วงปี 2560-2562 ก็สามารถทำกำไรสุทธิได้ดีสม่ำเสมอ โดยในปี 2560 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 107.41 ล้านบาท ถัดมาในปี 2561 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 31.48 ล้านบาท และในปี 2562 ทำกำไรสุทธิอยู่ที่ 138.84 ล้านบาท

Back to top button