TCMC คาดผลงานปีนี้ฟื้นตัว รับยอดขายสดใส พร้อมเดินหน้า M&A ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม 1 ราย


นางสาวปิยพร พรรณเชษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีซีเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCMC เปิดเผยว่า ผลประกอบการในปี 2564 จะฟื้นกลับมาสู่ภาวะปกติหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย คาดว่ายอดขายจะฟื้นกลับมาใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มียอดขายราว 8.8 พันล้านบาท หลังจากปีก่อนลดลงไปที่ 6.7 พันล้านบาท โดยเห็นสัญญาณการเติบโตของงานในมือช่วงไตรมาส 1/2564 สัดส่วนรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ (TCM Living)

ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรในปีนี้คาดว่าจะฟื้นกลับมาเช่นกัน จากแผนกลยุทธ์ที่เน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ การพัฒนาสินค้า การบริหารจัดการต้นทุน และการเจาะตลาดใหม่ๆ อีกทั้งการขายที่ดินในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัทสามารถปรับลดต้นทุนทางการเงินลงไปเหลืออยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี

สำหรับธุรกิจ TCM Living จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ร้านเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอังกฤษไม่สามารถเปิดขายได้ รายได้จึงเข้ามาจากช่องทางออนไลน์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีคำสั่งซื้อในมือที่รอส่งมอบ (Backlog) ของธุรกิจ Living ค่อนข้างมากถึง 1,830 ล้านบาท และยังผลิตไม่ทันทั้งหมด ซึ่งจำนวนนี้เพียงพอที่จะผลิตและขายได้ต่อเนื่องในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า หรือในอีกหนึ่งไตรมาส

ส่วนช่วงหลังจากนั้นคาดว่าบริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากอังกฤษสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เร็ว ทำให้คาดว่าจะสามารถเปิดประเทศได้บางส่วนตามกำหนดการในวันที่ 12 เม.ย. 2564 และจะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. 2564 โดยบริษัทคาดว่าจะมีดีมานด์สูงขึ้น 20-30% ในช่วงเดือน มิ.ย. 2564 จากการนำเสนอเฟอร์นิเจอร์คอลเล็คชั่นใหม่ๆ ที่กำลังเตรียมการอยู่

โดยบริษัทได้วางแผนกลยุทธ์การดำเนินงานที่จะเน้นรักษาการเติบโตของยอดขาย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการออกแบบวัสดุต้นทุน พร้อมขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นอกจากนี้ยังจะปรับปรุงความสามารถในการทำกำไร โดยการประหยัดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่ายในโรงงาน และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการผลิตสินค้าและบริการ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ ทางบริษัทยังวางแผนเพื่อขยายการเติบโตของธุรกิจโดยการเจาะตลาดต่างประเทศ และขยายธุรกิจจาก B2B สู่ B2C ผ่านช่องทาง Omni Channel ให้มากขึ้นด้วย

ด้านธุรกิจวัสดุปูพื้น (TCM Flooring) ขณะนี้มี Backlog อยู่ที่ 93 ล้านบาท คาดว่าในปี 2565 จะกลับมารับงานจากลูกค้าในกลุ่มโรงแรมได้อย่างเต็มที่ โดยบริษัทอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในระบบย้อมสีที่จะมีการใช้น้ำน้อยลงเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ด้วยกระบวนการผลิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงเน้นลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและมองหาพลังงานทางเลือกมาใช้

“บริษัทยังมองหาตลาดใหม่ๆ เช่น ตลาดดูแลสุขภาพ, ผู้สูงอายุ และครอบครัว พร้อมทั้งหาผลิตภัณฑ์ใหม่ อย่างเช่นพื้นแข็ง และ Stone Polymer Composite (SPC) เป็นต้น ด้านการปรับปรุงจะพัฒนาความสามารถในการออกแบบ ราคา คุณภาพ และต้นทุน รวมทั้งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหมาะกับความต้องการของลูกค้าด้วย”

ส่วนธุรกิจพรมและผ้าหุ้มเบาะรถยนต์ (TCM Automotive) ปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาชัดเจนขึ้น โดยบริษัทอยู่ระหว่างปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยลงทุนเครื่องจักรใหม่ ยกเครื่องสายการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ด้านการขายและการตลาดจะเจาะตลาดอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น รองเท้า, การดูแลสุขภาพ และการก่อสร้าง ซึ่งจะเน้นการใช้ทรัพยากรเครื่องจักรที่มีอยู่

นอกจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าเจรจาซื้อกิจการ (M&A) ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ในประเทศอังกฤษเพิ่มอีก 1 ราย คาดว่าจะมีความคืบหน้าออกราวเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนการผลักดันบริษัทย่อย คือ Alstons เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าตลาดหุ้นอังกฤษหรือตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดเห็นความคืบหน้าปลายปี 2565 หรือต้นปี 2566

Back to top button