PSH มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตเด่น รับแบ็กล็อก 1 หมื่นลบ. ลุยขาย 8 โครงการแนวราบเพิ่ม


นาย ปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)  ในเครือ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยว่า บริษัทฯ มั่นใจในผลงานช่วงครึ่งปีหลัง 2564 จะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก โดยจากการที่บริษัทฯ จะทยอยโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างเสร็จให้กับลูกค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้เริ่มทยอยติดตามความพร้อมของลูกค้าแล้ว ซึ่งพบว่ามีลูกค้าพร้อมรับโอนตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 ราว 4-5 พันล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) ที่จะรับรู้เข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากยอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน (Backlog) ที่มีทั้งหมด 2.19 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯจะเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการของโรงพยาบาลวิมุติเข้ามาเสริม หลังจากที่เพิ่งเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือน มี.ค. 2564 ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นในส่วนการให้บริการช่วยเหลือภาครัฐเกี่ยวกับการตรวจ รักษา และการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นหลัก จึงยังไม่มีรายได้เข้ามามากนัก แต่อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดให้บริการรักษาพยาบาลมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมีรายได้จากในส่วนของโรงพยาบาลวิมุติเข้ามาในปีนี้ราว 200 ล้านบาท

“แม้ว่าปัจจุบันจะยังมีการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบ 3 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นไปบ้าง แต่ถือว่าคนเริ่มปรับตัวกับสถานการณ์ได้บ้างแล้ว รวมถึงบริษัทก็มีความพร้อมรับมือและมองหาโอกาสในการทำธุรกิจ เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เห็นได้จากการปรับกลยุทธ์ด้วยการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้เร็ว รวมทั้งปรับการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า และจับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมากขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ” นาย ปิยะ กล่าว

สำหรับการพัฒนาสินค้าในขณะนี้จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางและระดับบน ที่มีรายได้ประจำมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดแนวราบ ซึ่งยังมีความต้องการซื้ออย่างมาก และเป็นกลุ่มสินค้าที่ให้มาร์จิ้นสูง ทำให้บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรได้เพิ่มขึ้น

พร้อมด้วยในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯ จะเปิดขายโครงการแนวราบใหม่อย่างต่อเนื่อง 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 2 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 6 โครงการ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยผลักดันอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีหลัง ให้ฟื้นกลับมาตามเป้าหมายที่ 29-30% หลังจากไตรมาส 1/2564 ลดลงไปเหลืออยู่ที่ 26.7%

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ จะยังไม่เน้นเปิดโครงการคอนโดมิเนียมมากนักในปีนี้ เนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวค่อนข้างมาก และปริมาณซัพพลายในตลาดที่ยังมีมาก ประกอบกับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติยังไม่สามารถเข้ามาซื้อได้ แต่บริษัทฯ มองว่าหากโควิด-19 คลี่คลายลงอย่างชัดเจน ตลาดคอนโดมิเนียมจะมีโอกาสฟื้นกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยใกล้กับที่ทำงานและเดินทางสะดวก ซึ่งจะเป็นปัจจัยช่วยผลักดันตลาดคอนโดมิเนียมให้กลับมาหลังโควิด-19 ผ่านพ้นไป

อนึ่งทางบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2564 ไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 2.19 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 45% ส่วนรายได้คาดว่าจะทำได้ 3.2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 2.92 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 9% และมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 29 โครงการ

Back to top button