WTI ปิดลบ 3% คลายกังวลปมขัดแย้ง “สหรัฐ-อิหร่าน”

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วงลงกว่า 2% สู่ระดับ 90.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งสัญญาณผ่อนคลายลง แม้ว่าภาพรวมในสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์ และ WTI ยังคงปิดบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอในจีน และตัวเลขการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนประเมินว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีแนวโน้มผ่อนคลายลง ส่งผลให้โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ลดน้อยลง

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปรับตัวลดลง 2.5 ดอลลาร์ หรือ 2.69% ปิดที่ระดับ 90.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง 1.94 ดอลลาร์ หรือ 2.04% ปิดที่ระดับ 93.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงในวันศุกร์ แต่ภาพรวมสัญญาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์และ WTI ยังคงสามารถปิดสัปดาห์นี้ในแดนบวกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.18% และสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3.64%

ด้านนักวิเคราะห์จาก Price Futures Group ระบุว่า ตลาดไม่เห็นสัญญาณของการยกระดับความขัดแย้ง แม้ว่าจะยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่บรรยากาศโดยรวมกำลังสะท้อนถึงการคลี่คลายของสถานการณ์ความตึงเครียด

ขณะเดียวกัน Petroleum Development Oman ได้ออกมาระบุว่า การดำเนินงานที่ท่าเรือ Mina al Fahal ยังคงไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการระงับการขนถ่ายน้ำมันหลังเกิดเหตุระเบิดใกล้จุดจอดเรือก็ตาม ทั้งนี้ ประเทศโอมานมีการส่งออกน้ำมันราว 800,000 ถึง 900,000 บาร์เรลต่อวันผ่านท่าเรือดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประกอบกับการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังไม่มีความคืบหน้า รวมถึงปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ประเมินว่า ความหวังในการบรรลุข้อตกลงที่เริ่มเลือนหายไป ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดังกล่าวยังคงถูกจำกัดด้วยปัจจัยเรื่องปริมาณสต็อกน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง การปรับเปลี่ยนเส้นทางการส่งออก และอุปสงค์ที่ชะลอตัวลง

ส่วนของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ขณะที่ทางอิหร่านยังคงยืนยันว่าการหยุดยิงในเลบานอนถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการทำข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาระบุว่า ขณะนี้ยังคงมีความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

นักวิเคราะห์จาก IG ระบุว่า บรรยากาศของตลาดยังคงเต็มไปด้วยกระแสข่าวที่ขัดแย้งกัน ในขณะที่องค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปก (OPEC) ยังคงคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันจะเติบโตขึ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าจะยังคงมีความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซก็ตาม

นอกจากนี้ ข้อมูลการขนส่งทางเรือระบุว่า การส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปิดล้อมทางทะเลโดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันที่อ่อนแอลงในประเทศจีนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันราคาน้ำมันของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

Back to top button