ADD พุ่ง 10% ลุ้นครึ่งปีหลังคว้า 3 งานใหม่ หนุนผลงานโต


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท แอดเทค ฮับ จำกัด (มหาชน) หรือ ADD ล่าสุด ณ เวลา 15.46 น. อยู่ที่ 17.30 บาท บวก 1.60 บาท หรือ 10.19% สูงสุดที่ 17.60 บาท ต่ำสุดที่ 16.10 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 257.18 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น ADD ปรับตัวขึ้น หลังผู้บริหารส่งสัญญาณผลการดำเนินงานเติบโตดี พร้อมลุ้นคว้า 3 งานใหม่ครึ่งปีหลังปี 2564

โดยนายสมโภช ทนุตันติวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ADD เปิดเผยว่า บริษัทคาดภาพรวมธุรกิจหลังจากนี้มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นจากความต้องการใช้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital content) ที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบกับการทำงานของทั้งภาครัฐและเอกชนมาเป็นการทำงานที่บ้าน (Work From Home) ขณะเดียวกันยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากระบบชำระเงินค่าบริการหรือสินค้าผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Carrier Billing) เป็นไปตามความต้องการใช้บริการดิจิทัลคอนเทนต์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว สามารถเข้าถึงการบริการได้ทุกที่ทุกเวลา

“ภาพรวมของ ADD ในปี 64 คาดว่าธุรกิจจะมีการขยายตัวที่ดีต่อเนื่องตลอดทั้งปี หลังจากในช่วงไตรมาส 4/63 บริษัทได้สัญญาใหม่ 1 โปรเจคในการให้บริการสนับสนุนดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content Support) ให้แก่โอเปอเรเตอร์ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาในปี 64 เต็มปี รวมถึงโครงการ Digital Content Support อื่นๆที่ได้ให้บริการแก่โอเปอเรเตอร์ไปก่อนหน้านี้ ก็มีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นด้วย” นายสมโภช กล่าว

ทั้งนี้เพื่อสอดรับกับการเป็นตัวกลางการให้บริการที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและพัฒนาแพลตฟอร์มในการจัดส่งคอนเทนต์ไปยังผู้บริโภค บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับโอเปอเรเตอร์เพื่อที่จะให้บริการด้าน Digital Content Support และให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Solution) เพิ่มเติมอีก 2-3 โปรเจ็คต์ โดยคาดว่าจะทยอยได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งหากดีลดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทฯจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาแพลตฟอร์ม 2-3 เดือน  ซึ่งก็จะส่งผลให้บริษัทฯสามารถรับรู้รายได้เข้ามาทันทีในช่วงครึ่งปีหลัง และจะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 65

ล่าสุด บริษัทได้เร่งขยายและต่อยอดการลงทุนเพื่อรองรับแผนการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต โดยเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองการรองรับความต้องการของผู้ประกอบการทั้งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการทำงานให้ทันกับโลกยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ การชำระเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนาโปรแกรมและแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตจากการขยายการให้บริการของโอเปอเรเตอร์ ทั้งในรูปแบบ 4G และ 5G ในอนาคต

โดยบริษัทเชื่อว่าธุรกิจยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากภาพรวมของตลาด Digital content ในประเทศที่มีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันทิศทางการเติบโตของโอเปอเรเตอร์ได้มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจ Non-Voice และ Digital Content มากขึ้น หลังจากที่มีการให้บริการบนคลื่นความถี่ต่างๆ ทั้งในรูปแบบ 4G และ 5G หนุนให้มีการพัฒนาแพลตฟอร์ม Digital content ใหม่ๆ ออกมารองรับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้บริการ Digital content ในรูปแบบการสมัครสมาชิกที่ทยอยออกมาสู่ตลาดก่อนหน้านี้ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

Back to top button