TOA ปิดเช้าร่วง 3% วิตกยอดขายไตรมาส 2 หด! เซ่นพิษโควิด – เข้าช่วงโลว์ซีซั่น

TOA ปิดเช้าร่วง 3% โบรกฯคาดไตรมาส 2 ยอดขายลด เหตุเข้าช่วงโลว์ซีซั่น-รับผลกระทบโควิดระลอกใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 มิ.ย.64) ราคาหุ้นบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปิดตลาดภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 34 บาท ลดลง 1 บาท หรือลงไป 2.86% โดยทำจุดสูงสุดที่ 34.75 บาท และทำจุดต่ำสุดที่ 33.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 105.92 ล้านบาท

ด้านนายสุรชัย ประมวลเจริญกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET ระบุว่า มีมุมมองเชิงบวกกับหุ้น TOA แม้ว่าผลกระทบการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในไทยระลอกใหม่จะกดดันให้ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณยอดขายปี 2564 เหลือเติบโต 8% จากเดิมคาดจะเติบโต 10% น่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 2/2564 ประกอบกับเป็นช่วงโลว์ซีซั่นมีวันหยุดเทศกาลหลายวัน ขณะที่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดหลักอย่างประเทศเวียดนามที่มีสัดส่วน 6%-8% ของยอดขายรวมจะมีการระบาดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม จากกลยุทธ์การเร่งลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯยังลดลงไม่มากคาดอยู่ที่ 36.3% หรืออาจจะใกล้เคียงกับปีก่อนที่ทำได้ 36.9% เป็นเหตุผลหลักให้ฝ่ายวิจัยฯปรับเพิ่มประมาณการกำไรอีก 6% อยู่ที่ 2,322 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 14% เป็นประมาณการแบบอนุรักษ์นิยมหลังจากกำไรไตรมาส 1/2564 คิดเป็น 29% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2564

สำหรับกลยุทธ์การรักษาอัตรากำไรปีนี้มาจากผลการปรับตัวเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เช่น TiO2 ซึ่งทางบริษัทฯได้ทยอยปรับราคาขายสินค้าขึ้น 5-10% ช่วงเดือน มี.ค. คิดเป็นสัดส่วน 15% ของพอร์ตสินค้ารวม และปรับขึ้นราคาขายอีกครั้งในเดือน พ.ค.-มิ.ย. คิดเป็นสัดส่วน 80% ของพอร์ตสินค้ารวม

นอกจากนั้น มีการเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ MEGA PAINT Warehouse ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและบริการจากทีโอเอครบวงจรแบบ One stop service ในช่วงไตรมาส 3/2564 ที่มีแผนจะเปิดเพิ่มเป็น 4 สาขาจากปัจจุบันมีเพียง 1 สาขา และภายในไตรมาส 4/2564 จะเปิดเพิ่มเป็นมากกว่า 10 สาขา เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต

“แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2564 อาจจะเป็นโลว์ซีซั่น เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลหน้าฝนและความต้องการที่ชะลอตัวจากผลกระทบการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่เชื่อว่าภาพรวมยอดขายตลอดทั้งปีจะอยู่กรอบที่คาดการณ์เติบโตราว 8% และด้วยกลยุทธ์ลดต้นทุน ปรับเพิ่มราคาขาย ควบคู่ไปกับการขยายสินค้าที่ไม่ใช่สีทาอาคารที่เป็นสินค้าพรีเมี่ยม ทำให้บริษัทฯสามารถรักษาศักยภาพทำกำไรไว้ได้เป็นอย่างดี ทำให้มองว่าการชะลอตัวผลประกอบการไตรมาส 2/2564 จะไม่ใช่ตัวแปรกดดันประมาณการณ์อย่างมีนัยสำคัญ และหากแนวโน้มยอดขายสินค้ากลับมาเร่งตัวครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีน่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้หุ้นของ TOA กลับมา Outperfromได้ดีขึ้น”นายสุรชัย กล่าว

ทั้งนี้แม้ยอดขายไตรมาส 2/2564 ของ TOA อาจชะลอบ้างหลังเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นตามปัจจัยด้านฤดูกาลและเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ อย่างไรก็ตามยังคง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้า 40 บาท

Back to top button