“ตลาดหุ้นเอเชีย” เขียวสลับแดง! รับผลประกอบการบจ.สหรัฐแข็งแกร่ง-ตัวเลขศก.สดใส

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เขียวสลับแดง! รับผลประกอบการบจ.สหรัฐแข็งแกร่ง-ตัวเลขศก.สดใส พร้อมจับตาการประชุมเฟด 27-28 ก.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้(26 ก.ค.64) เปิดปรับตัวในแดนบวกสลับแดนลบ หลังดัชนีดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ (23 ก.ค.64) ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในสหรัฐ รวมถึงสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งได้กระตุ้นให้นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด

โดย ณ เวลา 9.05 น. ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น อยู่ที่ 27,895.38 จุด เพิ่มขึ้น 347.38 จุด หรือ +1.26%, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,522.65 จุด ลบ 27.75 จุด หรือ 0.78%, และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง อยู่ที่ 26,7299.54 จุด ลบ 592.44 จุด หรือ 2.17%,ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) อยู่ที่ 32,44.82 จุด ลบ 9.62 จุด หรือ 0.30%

ทั้งนี้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันศุกร์ (23 ก.ค.64) ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ รวมถึงสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งได้กระตุ้นให้นักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นในตลาด

โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,061.55 จุด เพิ่มขึ้น 238.20 จุด หรือ +0.68%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,411.79 จุด เพิ่มขึ้น 44.31 จุด หรือ +1.01% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,836.99 จุด เพิ่มขึ้น 152.39 จุด หรือ +1.04%

สำหรับดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดยืนเหนือระดับ 35,000 จุดได้เป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และการรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ

โดยหุ้น 10 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงานซึ่งลดลง 0.64% ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวขึ้นมากที่สุด 2.7%

สำหรับบริษัท 120 แห่งในดัชนี S&P500 รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาแล้ว โดย 88% รายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ผลประกอบการรวมในไตรมาส 2 ของบริษัทในดัชนี S&P500 จะขยายตัว 78.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 54% ที่คาดไว้ในช่วงต้นไตรมาส

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่เปิดเผยเได้แก่ ไอเอชเอส มาร์กิตซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 59.7 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน จากระดับ 63.7 ในเดือนมิ.ย.

อย่างไรก็ดี ดัชนี PMI ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคธุรกิจของสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว โดยได้ปัจจัยบวกจากความแข็งแกร่งของภาคการผลิต จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน แม้ว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนก.ค.อยู่ที่ 63.1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 62.1 ในเดือนมิ.ย. และดัชนี PMI ภาคบริการเบื้องต้นเดือนก.ค.อยู่ที่ 59.8 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากระดับ 64.6 ในเดือนมิ.ย.

โดยบรรดานักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยีในสัปดาห์หน้าซึ่งได้แก่เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, แอมะซอน, อัลฟาเบท และไมโครซอฟท์ รวมทั้งการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ก.ค.นี้

Back to top button