TPL เด้งแรง 8% เก็งงบ Q2 แจ่ม ลุยผุดศูนย์กระจายสินค้า มั่นใจดันรายได้ปีนี้โต 15-20%

TPL เด้งแรง 8% เก็งงบไตรมาส 2/66 โตต่อ! กางแผนครึ่งหลังลุยสร้างศูนย์กระจายสินค้า ขยายกรีนโลจิสติกส์ มั่นใจ 3 ปียอดจัดส่งเพิ่ม 2 เท่า ส่วนปีนี้คาดรายได้โต 15-20%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 ส.ค.66) ราคาหุ้นบริษัท ไทยพาร์เซิล จำกัด (มหาชน) หรือ TPL ณ เวลา 10:58 น. อยู่ที่ระดับ 1.80 บาท บวก  0.13 บาท หรือ 7.78% สูงสุดที่ระดับ 1.83 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.68 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 473.74 ล้านบาท ราคาหุ้นดีดกลับหลังปิดเมื่อวันศุกร์(30 มิ.ย.66) ที่ระดับ 2.22 บาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/66 มีกำไรสุทธิ 9.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.41 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 18% จากงวดเดียวกันปีก่อนเท่ากับ 17.90% และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.53 เท่า ลุ้นผลงานไตรมาส 2/66 โตต่อ

โดยก่อนหน้านี้นายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TPL เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 บริษัทเตรียมนำเงินที่ได้จากการระดมทุนขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เกือบ 400 ล้านบาท ไปใช้ในการขยายธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต รองรับการก้าวสู่ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่หลากหลายรูปทรงด้วยระบบ “Green Logistics”

ทั้งนี้ บริษัทพร้อมเดินหน้าในการจัดหาที่ดินและก่อสร้างศูนย์คัดแยก ศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาค  ซื้อยานพาหนะที่เป็นรถขนส่งแบบยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการสร้างสถานีชาร์จไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ และลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนแผนการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ผ่านการลงทุนด้วยรถขนส่ง EV ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้กว่า 50% บริษัทเตรียมซื้อรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 28 คัน รถ 4 ล้อเล็ก จำนวน 51 คัน คาดจะรับมอบรถไฟฟ้า EV ในครึ่งปีหลัง 2566 จากปัจจุบันที่มีกองรถดีเซลทั้งหมด 400 คัน แบ่งเป็นรถบริษัทจำนวน 300 คัน และรถของพันธมิตร 100 คัน

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้ยอดส่งสินค้าเพิ่มขึ้น คาดว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโต 15-20% ตามแผนงานที่วางไว้ และจากแผนการขยายธุรกิจในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า จะทำให้แนวโน้มผลการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าภายใน 3 ปีข้างหน้า ยอดจัดส่งสินค้าจะเพิ่มเป็น 2 เท่า จากปัจจุบัน 3.5-6 แสนชิ้นต่อเดือน

ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 9.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.41 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 18% จากงวดเดียวกันปีก่อนเท่ากับ 17.90% และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.53 เท่า

Back to top button