กรอ.ใจถึง! ไฟเขียว ‘ซินเคอหยวน’ คืนชีพ ย้อนรอยปมฉาว “เตาหลอม IF-ฝุ่นแดงข้ามชาติ”

กรอ. สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ อนุมัติให้ “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดสายการผลิตอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อกังขาจากภาคอุตสาหกรรมเหล็ก พร้อมย้อนรอยสารพัดคดีอื้อฉาวที่เคยถูกสั่งปิดในอดีต ทั้งปมการใช้เทคโนโลยี "เตาหลอมอินดักชั่น" (IF) ผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐานจนเกี่ยวพันกับเหตุตึกถล่ม และวิกฤตขยะพิษ "ฝุ่นแดง" ข้ามชาติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (5 มิถุนายน 2569) นางสาวอารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมของ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA พื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กลับมาเปิดสายการผลิตและประกอบกิจการได้ตามปกติในทันที ตามอำนาจตามมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 หลังพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจวัดมลพิษทางอากาศและตรวจสอบระบบต่างๆ แล้ว พบว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามคำสั่งปรับปรุงโรงงานอย่างครบถ้วน จากที่ก่อนหน้านี้ ซิน เคอ หยวน สตีล เคยถูกสั่งให้หยุดประกอบกิจการทั้งหมดเพื่อปรับปรุงแก้ไขโรงงานจากข้อพิพาททางกฎหมายหลายคดีตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567

ทั้งนี้ การกลับมาเปิดดำเนินการของ ซิน เคอ หยวน สตีล ได้สร้างความตื่นตระหนกในอุตสาหกรรมเหล็กและภาคการก่อสร้างของไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ (หรือที่เรียกกันในวงการว่า “ทีมสุดซอย”) เพื่อปราบปรามโรงงานเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานและสร้างมลพิษ ซึ่งนำไปสู่การสั่งปิดโรงงานแห่งนี้จากคดีความที่สะสมมากกว่า 7 คดี โดยมีชนวนเหตุสำคัญ 3 ประการ ได้แก่:

1.ปัญหาคุณภาพเหล็ก: ตรวจพบความเชื่อมโยงกับกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เหล็กเส้นที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ โดยอาศัยเทคโนโลยีเตาหลอมอินดักชั่น (Induction Furnace: IF) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่าที่ปราศจากระบบขจัดสารปนเปื้อน จนทางการจีนสั่งระงับการใช้งานและปิดโรงงานประเภทนี้ทั่วประเทศ ส่งผลให้กลุ่มทุนอพยพย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

2.มาตรฐานความปลอดภัยในโรงงาน: มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงภายในพื้นที่โรงงานจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต

3.วิกฤตกากอุตสาหกรรมอันตราย: ตรวจพบฝุ่นแดง (EAF Dust) ซึ่งเป็นขยะอุตสาหกรรมอันตรายในปริมาณสูงผิดปกติ นำมาซึ่งข้อสงสัยเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงนำเข้าฝุ่นแดงจากต่างประเทศเพื่อลักลอบฝังกลบหรือกำจัดในประเทศไทย

นอกจากนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เคยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีเตาหลอม IF และมีแผนผลักดันให้ปิดตัวทั้งหมดภายใน 3 ปี เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เหล็กที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากลและมีความปลอดภัยสูงสุด โดยในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่จะมอบหมายให้สมาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุมอย่างเข้มงวดมิให้นำเหล็กจากเตาหลอม IF ไปใช้ในโครงการอุตสาหกรรมหรือเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ โดยจะอนุโลมให้ใช้ได้เฉพาะสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็ก เช่น อาคารความสูงไม่เกิน 2 ชั้น รั้วกั้น หรือพื้นถนนที่ไม่ต้องรองรับน้ำหนักมากเท่านั้น สำหรับโรงรีดเหล็กเดิมที่ต้องการดำเนินกิจการต่อ จะต้องปรับตัวโดยการนำเข้าเหล็กแท่งยาว (Billet) คุณภาพสูงจากต่างประเทศ หรือเปลี่ยนเทคโนโลยีเป็นเตาหลอมไฟฟ้า (Electric Arc Furnace: EAF) ที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

ด้าน แหล่งข่าวระดับสูงในวงการอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยด้วยความกังวลว่า การพิจารณาให้เปิดโรงงานในครั้งนี้มีปริศนาหลายประการ โดยเฉพาะกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการใช้ “สถาบันยานยนต์” เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเหล็กจนผ่านเกณฑ์ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากตามปกติแล้ว สถาบันยานยนต์จะรับผิดชอบเฉพาะเหล็กที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ขณะที่การตรวจสอบมาตรฐานโครงสร้างและเหล็กเส้นควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางโดยตรง

นอกจากนี้ ความเสี่ยงสูงสุดของภาคอุตสาหกรรมในขณะนี้คือ ชะตากรรมของเหล็กเส้นในสต็อกเดิมปริมาณกว่า 40,000 ตัน ที่เคยถูกอายัดไว้เนื่องจากไม่ได้คุณภาพ หากปริมาณเหล็กมหาศาลดังกล่าวหลุดรอดเข้าสู่ตลาดเพื่อทุ่มราคา นอกจากจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกลไกราคาของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศที่อยู่ในภาวะซบเซาแล้ว ยังอาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้างของไทยในอนาคต

ดังนั้น วงการอุตสาหกรรมเหล็กจึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและการกระจายสินค้าของโรงงานแห่งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้เกิดการนำเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานไปใช้งาน และหลีกเลี่ยงเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำรอยในอดีต

Back to top button